Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 508

<< | หน้าที่ 508 | >>
บุคคลเมื่อเพ่งเห็นภัยในความเชยชิด

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๓๘] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

กอไผ่กว้างใหญ่เกาะเกี่ยวกันไว้ ฉันใด

ความห่วงใยในบุตรและทาระ

ก็กว้างใหญ่เกาะเกี่ยวไว้ ฉันนั้น

บุคคลเมื่อไม่เกี่ยวข้องเหมือนหน่อไผ่

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๓๙] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

เนื้อในป่า มิได้ถูกผูกมัดไว้

ย่อมเที่ยวหาอาหารได้ตามความพอใจ ฉันใด

วิญญูชนเมื่อเพ่งเห็นธรรมที่ให้ถึงความเสรี

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๔๐] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งเปล่งอุทานดังนี้)

ในท่ามกลางสหาย ย่อมมีการปรึกษากัน

ในเรื่องที่อยู่ เรื่องการดำรงตน เรื่องการไป เรื่องการเที่ยวจาริก

บุคคลเมื่อเพ่งเห็นการบวชที่ให้ถึงความเสรี

ที่พวกคนพาลไม่มุ่งหวัง

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๔๑] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

ในท่ามกลางสหาย ย่อมมีการเล่น มีความยินดี

และในบุตรก็ย่อมมีความรักอันไพบูลย์

๑ ความเสรี มี ๒ อย่าง (๑) ธัมมเสรี ได้แก่ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ และอริยมรรคมีองค์ ๘ (๒) บุคคลเสรี คือ ผู้ที่มีธัมมเสรี (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๒๕/๔๑๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka