Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 518

<< | หน้าที่ 518 | >>
ครั้งนั้น ในเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร เสด็จเข้าไปยังที่ทำการงานของกสิภารทวาชพราหมณ์ ขณะนั้น กสิภารทวาชพราหมณ์ กำลังเลี้ยงอาหารกันอยู่ พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปยังสถานที่เลี้ยงอาหารของเขาแล้ว ประทับยืนอยู่ ณ ที่สมควร

กสิภารทวาชพราหมณ์ได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับยืนบิณฑบาตอยู่ จึงกราบทูล ดังนี้ว่า “ท่านพระสมณะ ข้าพเจ้าไถและหว่าน ครั้นไถและหว่านแล้วจึงบริโภค ท่านพระสมณะ แม้ท่านก็จงไถและหว่าน ครั้นไถและหว่านแล้วจงบริโภค”

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “พราหมณ์ แม้เราก็ไถและหว่าน ครั้นไถและ หว่านแล้วจึงบริโภค”

กสิภารทวาชพราหมณ์ทูลถามว่า “ท่านพระสมณะ ข้าพเจ้าไม่เห็นแอก ไถ ผาล ประตัก หรือโคทั้งหลายของท่านพระโคดมเลย ถึงกระนั้น ท่านพระโคดม ยังพูดอย่างนี้ว่า ‘พราหมณ์ แม้เราก็ไถและหว่าน ครั้นไถและหว่านแล้วจึงบริโภค”

ลำดับนั้น กสิภารทวาชพราหมณ์ ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

{๒๙๘} [๗๖] ท่านปฏิญญาว่าเป็นชาวนา

แต่ข้าพเจ้าไม่เห็นสัมภาระแห่งการไถของท่านเลย

ท่านผู้เป็นชาวนา ข้าพเจ้าถามแล้ว

ขอจงบอก ข้าพเจ้าจะรู้สัมภาระแห่งการไถของท่านได้อย่างไร

[๗๗] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

ศรัทธาเป็นพืช ความเพียรเป็นฝน

ปัญญาของเราเป็นแอกและไถ หิริเป็นงอนไถ

ใจเป็นเชือก สติของเราเป็นผาลและประตัก

[๗๘] เราคุ้มครองกาย คุ้มครองวาจาได้แล้ว

สำรวมในการบริโภคอาหาร

เราดายหญ้า (คือวาจาสับปลับ) ด้วยคำสัตย์

โสรัจจะของเราช่วยทำงานให้สำเร็จ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka