Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 532

<< | หน้าที่ 532 | >>
แต่ชื่อว่าเป็นคนเลวเพราะกรรม

ชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะกรรม

[๑๓๗] ท่านจงรู้ข้อนั้นตามที่เราแสดงนี้ คือ

บุตรคนจัณฑาลผู้ปรากฏชื่อว่ามาตังคะ

ผู้ปิ้งสุนัขรับประทาน

[๑๓๘] ต่อมา นายมาตังคะได้รับยศศักดิ์ใหญ่ซึ่งได้แสนยาก

ทั้งกษัตริย์และพราหมณ์จำนวนมาก ต่างมาสู่ที่บำรุงของเขา

[๑๓๙] เขาขึ้นยานอันประเสริฐ ไปตามทางใหญ่ ที่ไม่มีฝุ่นละออง

ละกามราคะได้แล้ว ไปเกิดในพรหมโลก

ชาติกำเนิดห้ามเขาไม่ให้ไปเกิดในพรหมโลกไม่ได้

[๑๔๐] พวกพราหมณ์ที่เกิดในตระกูลสาธยายมนตร์ มีหน้าที่ร่ายมนตร์

แต่ปรากฏว่าพวกเขาทำบาปกรรมอยู่เป็นประจำ

[๑๔๑] พราหมณ์พวกนั้นถูกตำหนิในชาติปัจจุบันตายแล้วก็ต้องไปทุคติ

ชาติกำเนิดห้ามพวกเขาจากทุคติหรือจากการติเตียนไม่ได้

[๑๔๒] คนจะชื่อว่าเป็นคนเลวเพราะชาติกำเนิดก็หามิได้

จะชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะชาติกำเนิดก็หามิได้

แต่ชื่อว่าเป็นคนเลวเพราะกรรม

ชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะกรรม

{๓๐๗} เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว อัคคิกภารทวาชพรามหณ์ได้กราบทูลว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดม ภาษิตของท่านพระโคดมชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ข้าแต่ท่าน

๑ ยานอันประเสริฐ ในที่นี้หมายถึงสมาบัติ ๘ (ขุ.สุ.อ.๑/๑๓๙/๑๙๒)
๒ ไปตามทางใหญ่ หมายถึงเป็นผู้ปฏิบัติตามทางที่พระพุทธเจ้าเป็นต้นดำเนินไปแล้ว (ขุ.สุ.อ.๑/๑๓๙/๑๙๒)
๓ ฝุ่นละออง หมายถึงกิเลส (ขุ.สุ.อ.๑/๑๓๙/๑๙๒)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka