Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 545

<< | หน้าที่ 545 | >>
[๑๙๐] คนผู้อยู่ครองเรือน มีศรัทธา

ประพฤติธรรม ๔ ประการนี้คือ

สัจจะ ธรรมะ ธิติ และจาคะ

ตายแล้วย่อมไม่เศร้าโศก

[๑๙๑] เชิญท่านถามสมณพราหมณ์เหล่าอื่นดูเถิดว่า

ในโลกนี้ เหตุให้ได้เกียรติที่ยิ่งไปกว่าสัจจะก็ดี

เหตุให้มีปัญญาที่ยิ่งไปกว่าทมะ ก็ดี

เหตุให้ผูกมิตรสหายไว้ได้ที่ยิ่งไปกว่าจาคะก็ดี

เหตุให้หาทรัพย์ได้ที่ยิ่งไปกว่าขันติ ก็ดี มีอยู่หรือไม่

[๑๙๒] (อาฬวกยักษ์กราบทูลดังนี้)

วันนี้ ข้าพระองค์ได้ทราบชัดถึงประโยชน์ที่จะพึงได้ในโลกหน้าแล้ว

ยังต้องถามสมณพราหมณ์เหล่าอื่นอีกทำไม

[๑๙๓] พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับที่เมืองอาฬวี

เพื่อประโยชน์แก่ข้าพระองค์โดยแท้

ในวันนี้ข้าพระองค์ได้ทราบชัดถึงบุคคล

ที่ใคร ๆ ถวายทานแล้วมีผลมาก

[๑๙๔] ข้าพระองค์นั้นขอนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระธรรมที่พระองค์ตรัสไว้ดีแล้ว

และพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีแล้ว

เที่ยวประกาศธรรมไปทุกหนทุกแห่ง

ตามหมู่บ้านหรือตามหัวเมืองน้อยใหญ่

อาฬวกสูตรที่ ๑๐ จบ


๑ คำว่า “ธรรม” ในข้อ ๑๙๐ กับคำว่า “ทมะ” ในข้อ ๑๙๑ มีความหมายเดียวกัน คือ หมายถึงปัญญา ที่ได้จากการฟัง และปัญญานี้เองเป็นเหตุให้ได้ปัญญาที่เป็นทั้งโลกิยะและโลกุตตระ (ขุ.สุ.อ. ๑/๑๙๐-๑๙๑/ ๒๖๗-๒๖๘)
๒ คำว่า “ธิติ” ในข้อ ๑๙๐ กับคำว่า “ขันติ” ในข้อ ๑๙๑ มีความหมายเดียวกัน คือ หมายถึงวิริยะ (ความเพียร) (ขุ.สุ.อ. ๑/๑๙๑/๒๖๘)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka