Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 660

<< | หน้าที่ 660 | >>
คน ๒ จำพวกนั้น ต่างก็มีกรรมชั่ว

ตายไปแล้วมีคติเท่าเทียมกันในโลกหน้า

[๖๖๘] บุคคลใดประทุษร้ายต่อคนผู้ไม่ประทุษร้าย

เป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน

บาปย่อมกลับมาถึงบุคคลนั้นซึ่งเป็นคนพาลอย่างแน่แท้

ดุจผงธุลีอันละเอียดที่บุคคลซัดไปทวนลม ฉะนั้น

[๖๖๙] ผู้หมกมุ่นในความโลภต่าง ๆ ไม่มีศรัทธา

มีนิสัยหยาบกระด้าง ไม่รู้พุทธพจน์

มีความตระหนี่ ชอบพูดส่อเสียด

ย่อมใช้วาจากล่าวร้ายผู้อื่น

[๖๗๐] โกกาลิกะผู้มีปากเป็นหล่ม ชอบพูดเท็จ

ไม่ใช่คนดี ชอบกำจัดความเจริญของตน

เป็นคนชั่ว ชอบทำแต่กรรมชั่ว

เป็นคนต่ำช้า เป็นคนอาภัพ เป็นอวชาตบุตร

เธออย่าพูดมากในที่นี้ อย่าต้องเป็นสัตว์นรกเลย

[๖๗๑] เธอย่อมเกลี่ยธุลีคือกิเลสลงใส่ตน

ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนเองเลย

เธอชอบทำกรรมหยาบช้าแล้ว ยังติเตียนสัตบุรุษ

เธอประพฤติทุจริตมากมาย

ต้องไปเกิดในมหานรกเป็นเวลายาวนานแน่นอน

[๖๗๒] กรรม ของใคร ๆ ย่อมไม่สูญหายไปไหน

เขาต้องได้รับผลกรรมนั้น และเป็นเจ้าของกรรมนั้น

๑ ดูธรรมบท ข้อ ๑๒๕ หน้า ๗๐ ในเล่มนี้
๒ กรรม ในที่นี้หมายถึงกุศลกรรม และอกุศลกรรม (ขุ.สุ.อ. ๒/๖๗๒/๓๐๙)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka