Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 675

<< | หน้าที่ 675 | >>
[๗๓๕] อวิชชานั่นแลเป็นคติของสัตว์ทั้งหลาย

ผู้เข้าถึงชาติ มรณะ และสังสารวัฏ

ซึ่งมีสภาวะอย่างนี้และสภาวะอย่างอื่น อยู่บ่อย ๆ

[๗๓๖] อวิชชาคือความหลงมัวเมาอย่างใหญ่หลวงนี้

เป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายจมปลักอยู่สิ้นกาลนาน

สัตว์เหล่าใดทำลายอวิชชาด้วยวิชชาแล้ว

สัตว์เหล่านั้นย่อมไม่เข้าถึงภพใหม่อีก

{๓๙๔} (๔) ภิกษุทั้งหลาย หากมีผู้ถามว่า ‘การพิจารณาเห็นธรรมแยกออกเป็น ๒ คู่โดยชอบเนือง ๆ ด้วยวิธีอื่นยังมีอีกบ้างไหม’ ควรตอบเขาว่า ‘มี’ หากเขาถาม ต่อไปอีกว่า ‘มีอย่างไร’ ควรตอบเขาว่า มีอย่างนี้ คือ การพิจารณาเห็นเนือง ๆ ว่า ‘ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ทุกข์นั้นทั้งหมดย่อมเกิดเพราะสังขาร เป็นปัจจัย’ นี้เป็นคู่ที่ ๑ การพิจารณาเห็นเนือง ๆ ว่า ‘เพราะสังขารทั้งหลายนั้นเองดับลงโดยการ คายกิเลสได้หมด ทุกข์จึงเกิดขึ้นไม่ได้อีกต่อไป’ นี้เป็นคู่ที่ ๒

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นธรรมแยกออกเป็น ๒ คู่โดยชอบเนือง ๆ อย่างนี้ ฯลฯ จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า

[๗๓๗] ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น

ทุกข์นั้นทั้งหมดเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย

เพราะสังขารทั้งหลายดับลง

ทุกข์จึงเกิดขึ้นไม่ได้อีกต่อไป

[๗๓๘] ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ทุกข์เกิดขึ้นเพราะสังขารเป็นปัจจัย

เพราะความสงบสังขารทั้งปวง สัญญาทั้งหลายจึงดับลง

๑ สภาวะอย่างนี้และสภาวะอย่างอื่น หมายถึงสภาวะแห่งความเป็นมนุษย์และความเป็นสัตว์อื่นที่เหลือ จากความเป็นมนุษย์ (ขุ.สุ.อ. ๒/๗๓๕/๓๓๘)
๒ สังขาร ในที่นี้หมายถึงปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร และอาเนญชาภิสังขาร (ขุ.สุ.อ. ๒/๗๓๖/๓๓๘)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka