Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 679

<< | หน้าที่ 679 | >>
[๗๔๘] ภพมีได้เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย

สัตว์เกิดมาแล้วต้องประสบทุกข์ ต้องตาย

นี้เป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์

[๗๔๙] เพราะฉะนั้น บัณฑิตทั้งหลายรู้ด้วยปัญญาโดยชอบ

รู้แจ้งภาวะที่สิ้นสุดการเกิด

เพราะอุปาทานสิ้นไป จึงไม่เข้าถึงภพใหม่อีก

{๔๐๐} (๑๐) ภิกษุทั้งหลาย หากมีผู้ถามว่า ฯลฯ ควรตอบเขาว่า มีอย่างนี้ คือ การพิจารณาเห็นเนือง ๆ ว่า ‘ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ทุกข์นั้นทั้งหมดย่อม เกิดเพราะอารัมภะ เป็นปัจจัย’ นี้เป็นคู่ที่ ๑ การพิจารณาเห็นเนือง ๆ ว่า ‘เพราะ อารัมภะนั้นเองดับลงโดยการคายกิเลสได้หมด ทุกข์จึงเกิดขึ้นไม่ได้อีกต่อไป’ นี้เป็น คู่ที่ ๒

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นธรรมแยกเป็น ๒ คู่โดยชอบเนือง ๆ อย่างนี้ ฯลฯ จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า

[๗๕๐] ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น

ทุกข์นั้นทั้งหมดย่อมเกิดเพราะอารัมภะเป็นปัจจัย

เพราะอารัมภะทั้งหลายดับลง

ทุกข์จึงเกิดขึ้นไม่ได้อีกต่อไป

[๗๕๑] ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ทุกข์เกิดขึ้นเพราะอารัมภะเป็นปัจจัย

สละคืนอารัมภะได้ทั้งหมด

น้อมจิตไปในนิพพานที่ปราศจากอารัมภะ

๑ อารัมภะ ในที่นี้หมายถึงความเพียรที่สัมปยุตด้วยกรรม (ขุ.สุ.อ. ๒/๗๔๙/๓๔๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka