Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 721

<< | หน้าที่ 721 | >>
[๙๑๙] มุนีสลัดกิเลสเครื่องร้อยรัดในโลกนี้แล้ว

เมื่อคนทั้งหลายเกิดวิวาทกันแล้ว

ก็ไม่เข้าไปเป็นฝักเป็นฝ่าย

เมื่อคนทั้งหลายไม่สงบ มุนีนั้นเป็นผู้สงบ วางเฉย ไม่ถือมั่น

แต่สมณพราหมณ์เหล่าอื่นพากันถือมั่น

[๙๒๐] มุนีละอาสวะเก่า ไม่ก่ออาสวะใหม่

ไม่ดำเนินไปตามความพอใจ

ทั้งไม่มีปกติกล่าวด้วยความเชื่อมั่น

มุนีนั้นเป็นนักปราชญ์ พ้นขาดแล้วจากทิฏฐิทั้งหลาย

ติเตียนตนเองไม่ได้ ไม่ติดอยู่ในโลก

[๙๒๑] มุนีนั้น เป็นผู้กำจัดเสนา ในธรรมทั้งปวง

คือในรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน หรืออารมณ์ที่รับรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง

มุนีนั้นเป็นผู้ปลงภาระ ลงแล้ว พ้นขาดแล้ว

ไม่มีความกำหนด ไม่เข้าไปยินดี

ไม่มีความปรารถนา

มหาวิยูหสูตรที่ ๑๓ จบ


๑ อาสวะเก่า หมายถึงกิเลสเกิดขึ้นเพราะปรารภรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ในอดีต (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๔๘/๓๙๔, ขุ.สุ.อ. ๒/๙๒๐/๔๐๔)
๒ อาวสวะใหม่ หมายถึงกิเลสที่เกิดขึ้นปรารภรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ในปัจจุบัน (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๔๘/๓๙๔, ขุ.สุ.อ. ๒/๙๒๐/๔๐๔)
๓ เสนา ในที่นี้หมายถึงเสนามาร คือ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต เป็นต้น (ขุ.สุ.อ. ๒๙/๑๔๙/๒๗๗)
๔ ภาระ หมายถึงสิ่งที่ต้องนำพา มี ๓ คือ (๑) ขันธภาระ ได้แก่ ขันธ์ ๕ (๒) กิเลสภาระ ได้แก่ ราคะ โทสะ โมหะ เป็นต้น (๓) อภิสังขารภาระ ได้แก่ ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร และอาเนญชาภิสังขาร (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๔๙/๓๙๘)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka