Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 742

<< | หน้าที่ 742 | >>
[๑๐๒๓] อชิตมาณพได้เห็นพระพุทธเจ้า

ผู้เป็นดุจดวงอาทิตย์อันมีรัศมีเจิดจ้า

และดุจดวงจันทร์เต็มดวงในวันเพ็ญ ฉะนั้น

[๑๐๒๔] ลำดับนั้น อชิตมาณพยืนอยู่ ณ ที่สมควร

รื่นเริงใจเพราะได้เห็นอนุพยัญชนะ

บริบูรณ์ในพระวรกายของพระผู้มีพระภาค

จึงได้ทูลถามปัญหาด้วยใจว่า

[๑๐๒๕] (อชิตมาณพทูลถามปัญหาทางใจว่า)

ขอพระองค์ตรัสระบุให้แน่ชัด

ถึงชาติ โคตรพร้อมด้วยลักษณะ

ขอจงตรัสบอกความสำเร็จในมนตร์ทั้งหลายว่า

พราหมณ์สอนมาณพเท่าไร

[๑๐๒๖] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า)

พราหมณ์นั้นมีอายุ ๑๒๐ ปี

ชื่อพาวรีโดยโคตร มีลักษณะ ๓ อย่างอยู่ในตัว

เป็นผู้เรียนจบไตรเพท

[๑๐๒๗] พราหมณ์พาวรีนั้นถึงความสำเร็จ

ในลักษณะมนตร์ และประวัติศาสตร์

พร้อมทั้งนิฆัณฑุศาสตร์ และเกฏุภศาสตร์

๑ ประวัติศาสตร์ คือ พงศาวดารเล่าเรื่องเก่า ๆ มักจะมีคำว่า สิ่งนี้ได้เป็นมาอย่างนี้
๒ นิฆัณฑุศาสตร์ คัมภีร์ประเภทศัพท์มูลวิทยา (Etymology) คลังศัพท์ (lexicon) หรือภิธานศัพท์ (Glossary) ที่รวบรวมคำศัพท์ ในพระเวทซึ่งเป็นคำยาก หรือคำที่เลิกใช้แล้ว นำมาอธิบายความหมายเป็นส่วนหนึ่งของนิรุกติ ซึ่งเป็น ๑ ในเวทางคศาสตร์ ๖ ของศาสนาพราหมณ์ (ที.สี.อ. ๑/๒๕๖/๒๒๒, ขุ.จู.อ. ๑๕/๑๔)
๓ เกฏุภศาสตร์ คัมภีร์ว่าด้วยกฎเกณฑ์การใช้ถ้อยคำให้เหมาะสมแก่การประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เป็นส่วน หนึ่งของกัลปะ ซึ่งเป็น ๑ ในเวทางคศาสตร์ ๖ ของศาสนาพราหมณ์ (ที.สี.อ. ๑/๒๕๖/๒๒๒, ขุ.จู.อ. ๑๕/๑๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka