Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 753

<< | หน้าที่ 753 | >>
และวิญญาณในธรรมเหล่านั้นเสีย

ไม่พึงตั้งอยู่ในภพ

[๑๐๖๓] ภิกษุผู้มีปกติอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท รู้แจ้ง

ละความยึดถือว่าเป็นของเราแล้วเที่ยวไปอยู่

พึงละชาติ ชรา โสกะ และปริเทวะ

อันเป็นทุกข์ในอัตภาพนี้ได้แน่นอน

[๑๐๖๔] (เมตตคูมาณพกราบทูลดังนี้)

ข้าพระองค์ชอบใจพระวาจานี้ของพระองค์

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ข้าแต่พระโคดม

ธรรมที่ปราศจากอุปธิ พระองค์ตรัสไว้ดีแล้ว

พระผู้มีพระภาคทรงละทุกข์ได้แล้วเป็นแน่

เพราะธรรมนี้ พระองค์ทรงรู้ชัดแล้ว

[๑๐๖๕] พระองค์ผู้เป็นพระมุนีตรัสสอนชนเหล่าใดไม่หยุดหย่อน

แม้ชนเหล่านั้นก็พึงละทุกข์ได้เป็นแน่

เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์มาพบพระผู้มีพระภาคผู้นาคะ

ขอนมัสการพระองค์ (โดยหวังว่า) พระผู้มีพระภาค

พึงตรัสสอนข้าพระองค์ไม่หยุดหย่อนบ้าง

[๑๐๖๖] (พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้)

บุคคลที่เธอรู้จักว่าเป็นพราหมณ์ผู้จบเวท

ไม่มีเครื่องกังวล ไม่ข้องในกามภพ

ข้ามโอฆะได้แล้วโดยแท้ และเป็นผู้ข้ามถึงฝั่ง

ไม่มีกิเลสดุจตะปูตรึงใจ หมดความสงสัยแล้ว

๑ ภพ มี ๒ คือ (๑) กรรมภพ ได้แก่ ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร และอเนญชาภิสังขาร (๒) ภพใหม่ อันมีในปฏิสนธิ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๒๔/๑๓๘)
๒ ฝั่ง ในที่นี้หมายถึงอมตนิพพาน (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๒๘/๑๕๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka