Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 759

<< | หน้าที่ 759 | >>
พระองค์ผู้เป็นพระมุนี ขอโปรดตรัสตอบปัญหานั้น

แก่ข้าพระองค์ให้แจ่มแจ้งด้วยเถิด

เพราะธรรมนั้นพระองค์ทรงรู้ชัดแล้ว

[๑๐๘๓] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อุปสีวะ)

มุนีผู้ถึงความสลายไปย่อมไม่มี(อะไร)เป็นประมาณ

ชนทั้งหลายพึงว่ากล่าวมุนีนั้นด้วยกิเลสใด

กิเลสนั้นย่อมไม่มีแก่มุนีนั้น

(เพราะ)เมื่อมุนีนั้นถอนธรรม ทั้งปวงได้เด็ดขาดแล้ว

แม้ครรลองแห่งวาทะทั้งปวงท่านก็ถอนได้เด็ดขาดแล้ว

อุปสีวมาณวกปัญหาที่ ๖ จบ


๗. นันทมาณวกปัญหา


ว่าด้วยปัญหาของนันทมาณพ


{๔๓๑} [๑๐๘๔] (นันทมาณพทูลถามดังนี้)

ชนทั้งหลายกล่าวว่า มุนีทั้งหลายมีอยู่ในโลก

คำกล่าวนี้นั้นเป็นอย่างไร

ชนทั้งหลายย่อมเรียกบุคคลผู้เป็นไปด้วยญาณ

หรือว่าย่อมเรียกบุคคลผู้เป็นไปด้วยความเป็นอยู่ ว่า เป็นมุนี

๑ ธรรม ในที่นี้หมายถึงขันธ์ ธาตุ อายตนะ คติ เป็นต้น (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๔๕/๑๙๓)
๒ ดูเทียบ ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๐๒-๑๐๘/๒๒-๒๔
๓ ผู้เป็นไปด้วยญาณ หมายถึงผู้เพียบพร้อมด้วยญาณในสมาบัติ ๘ หรือ ญาณในอภิญญา ๕ (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๔๖/๑๙๖)
๔ ผู้เป็นไปด้วยความเป็นอยู่ หมายถึงผู้เพียบพร้อมด้วยความเพียรของบุคคลผู้ดำเนินชีวิตเศร้าหมอง ผู้ทำ กิจที่ทำได้ยากยิ่งหลายอย่าง (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๔๖/๑๙๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka