Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 776

<< | หน้าที่ 776 | >>
[๑๑๓๗] บุคคลเมื่อเจริญมรรคอันสูงสุด

จะพึงจากที่มิใช่ฝั่งไปถึงฝั่งได้

(เพราะ)มรรคนั้น(เป็นไป)เพื่อให้ถึงฝั่ง

เพราะฉะนั้น มรรคนั้นจึงชื่อว่า ปารายนะ

ปารายนานุคีติคาถา


ว่าด้วยเพลงขับตามธรรมเป็นเหตุให้ถึงฝั่ง


{๔๔๓} [๑๑๓๘] (ท่านพระปิงคิยะกล่าวแก่พราหมณ์พาวรีท่ามกลางชุมชนดังนี้)

อาตมภาพจักกล่าวบทขับที่เป็นเหตุให้ถึงฝั่ง

ตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้

พระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้ปราศจากมลทิน

พระปัญญาอันไพบูลย์ ปราศจากกาม

ทรงไร้กิเลสดังป่า ผู้เป็นนาคะ

ทรงเห็นอย่างใดก็ตรัสบอกอย่างนั้น

จะพึงตรัสคำเท็จเพราะเหตุแห่งอะไรเล่า

[๑๑๓๙] อาตมภาพจักกล่าวถ้อยคำที่ประกอบด้วยคำสรรเสริญ

พระผู้มีพระภาคผู้ทรงละมลทินและโมหะได้แล้ว

ผู้ทรงละความถือตัวและความลบหลู่ได้ ณ บัดนี้

[๑๑๔๐] ท่านพราหมณาจารย์ พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า

ทรงเป็นผู้กำจัดความมืด มีสมันตจักขุ

ทรงถึงที่สุดโลก ทรงล่วงภพได้ทั้งหมด

ไม่มีอาสวะ ทรงละทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว

ทรงมีชื่อตามความจริง อาตมภาพได้เข้าเฝ้ามาแล้ว

๑ ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๕๖-๑๗๔/๓๘-๔๒

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka