Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 13

<< | หน้าที่ 13 | >>
[๗๑] วิมานอันเลอเลิศ มีภูมิภาคเช่นนั้น

เป็นส่วนประกอบงดงามเหลือเกิน

นี้เป็นผลของกรรมนั้นนั่นเอง

ผู้ทำบุญไว้แล้วย่อมได้วิมานเช่นนี้

[๗๒] วิมานที่อยู่ของหม่อมฉันมีเรือนยอด

จัดแบ่งไว้แต่ละส่วนอย่างเหมาะสม

ส่องสว่างรุ่งเรืองรอบทั้ง ๔ ทิศ

[๗๓] เพราะบุญนั้นผิวพรรณหม่อมฉันจึงงามเช่นนี้

ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่หม่อมฉันในวิมานนี้

และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่หม่อมฉัน

[๗๔] ข้าแต่พระพุทธองค์ผู้ทรงอานุภาพมาก หม่อมฉันขอกราบทูลว่า

เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์

หม่อมฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง

และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

นี้เป็นผลของกรรมที่พระพุทธองค์ทรงเสวยน้ำ

ที่หม่อมฉันขมีขมันถวายนั้น

ตติยนาวาวิมานที่ ๘ จบ


๙. ปทีปวิมาน


ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายประทีป


(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

{๙} [๗๕] เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก

เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศสถิตอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

๑ ดาวที่มีรัศมีมากกว่าดาวดวงอื่น (ขุ.วิ.อ. ๗๕/๕๕) ปัจจุบันเรียกว่า ดาวรุ่ง คือ ดาวพระศุกร์ที่เห็นในเวลา เช้ามืด ถ้าเห็นในเวลาหัวค่ำ เรียกดาวประจำเมือง (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หน้า ๕๐๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka