Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 150

<< | หน้าที่ 150 | >>
[๑๑๙๘] ครั้นชำระทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาสให้บริสุทธิ์แล้ว

ถวายอภิวาทพระยุคลบาทพระศาสดาแล้วหายไป ณ ที่นั้นนั่นเอง

กัณฐกวิมานที่ ๗ จบ


๘. อเนกวัณณวิมาน


ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่เทพบุตรผู้มีรัศมีหลากสี


(พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)

{๘๒} [๑๑๙๙] ท่านมีหมู่เทพอัปสรแวดล้อม ขึ้นวิมานมีรัศมีต่าง ๆ

วิจิตรมากมาย เป็นที่ระงับความกระวนกระวายและความเศร้าโศก

บันเทิงอยู่ ดังท้าวสุนิมมิตเทวราชผู้เป็นใหญ่กว่าเทวดา

[๑๒๐๐] ไม่มีผู้เสมอเหมือนท่าน อนึ่ง ไม่มีใครที่ไหนยิ่งไปกว่าท่าน

ทั้งด้านบริวารยศ ด้านบุญ และด้านฤทธิ์

ทวยเทพทั้งมวลและหมู่เทพชั้นดาวดึงส์พากันมาประชุม

นอบน้อมท่าน ดังเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายนอบน้อมดวงจันทร์

และเทพอัปสรเหล่านี้พากันมาฟ้อนรำขับร้อง

ให้ความบันเทิงใจรอบ ๆ ท่าน

[๑๒๐๑] ท่านได้บรรลุเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก

เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้

เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๑๒๐๒] เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๑๒๐๓] ท่านผู้เจริญ เมื่อก่อนข้าพเจ้านั้นเป็นพระสาวก

ของพระชินเจ้าทรงพระนามว่าสุเมธ

ยังเป็นปุถุชน มิได้ตรัสรู้ บวชอยู่ ๗ พรรษา


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka