Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 255

<< | หน้าที่ 255 | >>
[๕๔๕] บัณฑิตทั้งหลายได้กล่าวกรรม

อันเป็นเหตุให้เสวยสุขและทุกข์ไว้ทั้งสองอย่าง

เทวดาเหล่านั้นห้อมล้อมเหล่าชนที่ได้รับผลอันเป็นเหตุให้เสวยสุข

ส่วนพวกคนพาลมักไม่เห็นกรรมและผลกรรมทั้งสอง

จึงถูกกรรมแผดเผาอยู่

[๕๔๖] ข้าพระองค์มิได้มีบุญกรรมที่ทำไว้ด้วยตนเอง

ทั้งไม่มีผู้ที่จะพึงถวายผ้านุ่ง ผ้าห่ม ที่นอน ข้าวและน้ำ แล้วอุทิศให้

เหตุนั้นข้าพระองค์จึงเป็นเปรตเปลือยกาย

มีความเป็นอยู่อย่างฝืดเคือง

(เจ้าอัมพสักขรลิจฉวีตรัสถามว่า)

[๕๔๗] ท่านยักษ์ จะพึงมีเหตุอะไร ๆ บ้างหนอ

ที่จะทำให้ท่านได้เครื่องนุ่งห่ม

เชิญบอกเราได้ ถ้ามีเหตุ

เรารับฟังคำที่มีเหตุควรเชื่อถือได้

(เปรตนั้นกราบทูลว่า)

[๕๔๘] เมืองไพสาลีนี้ มีภิกษุนามว่ากัปปิตกะ

สำเร็จฌาน มีศีลบริสุทธิ์ เป็นพระอรหันต์ หลุดพ้นแล้ว

คุ้มครองอินทรีย์ได้ สำรวมในพระปาติโมกข์

เยือกเย็น มีสัมมาทิฏฐิอันสูงสุด

[๕๔๙] เป็นผู้อ่อนโยน รู้ความประสงค์ของผู้ขอ ว่าง่าย

มีหน้าเบิกบาน มาดี ไปดี พูดโต้ตอบได้ดี

เป็นเนื้อนาบุญ มีเมตตาจิตเป็นประจำ

และเป็นทักขิไณยบุคคลของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

๑ เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง ในจำนวนอดีตชฎิล ๑,๐๐๐ รูป ท่านเป็นอุปัชฌาย์ของท่านพระอุบาลีเถระ (ขุ.เป.อ. ๕๔๘/๒๔๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka