Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 456

<< | หน้าที่ 456 | >>
[๖๗๙] อัญญาโกณฑัญญเถระผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า

ได้มีความบากบั่นอย่างแรงกล้า ละความเกิดและความตายได้

บำเพ็ญมัคคพรหมจรรย์อย่างบริบูรณ์สิ้นเชิง

[๖๘๐] ตัดบ่วงคือโอฆะ ตะปูตรึงใจ อย่างมั่นคง

และทำลายภูเขาที่ทำลายได้ยากแล้ว

ข้ามไปถึงฝั่งคือนิพพาน มีปกติเข้าฌาน

พ้นจากเครื่องผูกคือกิเลสมารได้แล้ว

[๖๘๑] ภิกษุที่ยังมีจิตฟุ้งซ่าน กลับกลอก

คบหาแต่มิตรชั่ว ถูกคลื่น(คือความผูกโกรธ)ซัดไป

จมในห้วงน้ำใหญ่คือสงสาร

[๖๘๒] ส่วนภิกษุที่มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กลับกลอก มีปัญญารักษาตน

สำรวมอินทรีย์ คบหาแต่มิตรดี

เป็นนักปราชญ์ พึงทำความสิ้นทุกข์ได้

[๖๘๓] นรชนผู้รู้ประมาณในข้าวและน้ำย่อมซูบผอม

มีตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็นคล้ายเถาหญ้านาง แต่มีใจไม่ย่อท้อ

[๖๘๔] ถูกฝูงเหลือบและยุงกัดในป่าใหญ่

พึงเป็นผู้มีสติอดกลั้นในอันตรายนั้น เหมือนช้างในสงคราม

[๖๘๕] อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่

แต่รอคอยเวลาอยู่ เหมือนลูกจ้างทำการงานคอยค่าจ้าง

[๖๘๖] อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่

แต่อาตมามีสติสัมปชัญญะอยู่เฉพาะหน้า คอยเวลาอันควร

๑ ห้วงน้ำ ๔ อย่าง คือ (๑) กาโมฆะ ห้วงน้ำคือกาม (๒) ภโวฆะ ห้วงน้ำคือภพ (๓) ทิฏโฐฆะ ห้วงน้ำตือ ทิฏฐิ (๔) อวิชโชฆะ ห้วงน้ำคืออวิชชา (ขุ.เถร.อ. ๒/๖๘๐/๒๘๓)
๒ ตะปูตรึงใจมี ๕ อย่าง คือ (๑) ความสงสัยในพระศาสดา (๒) ในพระธรรม ( ๓) ในพระสงฆ์ (๔) ในการ ศึกษา (๕) โกรธไม่พอใจในเพื่อนพรหมจรรย์ (ขุ.เถร.อ. ๒/๖๘๐/๒๘๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka