Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 476

<< | หน้าที่ 476 | >>
[๘๑๗] เมื่อพระโยคีนั้น รู้แจ้งธรรมารมณ์หรือแม้เสวยเวทนา

โดยที่กิเลสมีอภิชฌาเป็นต้น เป็นไปไม่ได้

กิเลสวัฏย่อมสิ้นไป ย่อมก่อรากขึ้นไม่ได้

ท่านมีสติประพฤติอยู่อย่างนี้ เมื่อไม่ก่อวัฏฏทุกข์อย่างนี้

ท่านกล่าวว่าอยู่ใกล้นิพพาน

๖. เสลเถรคาถา


ภาษิตของพระเสลเถระ


(พระเสลเถระ ครั้งเป็นคฤหัสถ์ ได้สดุดีพระผู้มีพระภาคด้วยภาษิต ๖ ภาษิตว่า)

{๓๙๐} [๘๑๘] ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระองค์เสด็จอุบัติมาดีแล้ว

ทรงมีพระวิริยภาพ มีพระวรกายสมบูรณ์

มีพระรัศมีที่ซ่านออกจากพระวรกายงดงาม

สวยงามน่าทัศนายิ่งนัก

พระฉวีวรรณเปล่งปลั่งดังทองคำ พระเขี้ยวแก้วทั้งซ้ายขวาก็สุกใส

[๘๑๙] เพราะพระลักษณะแห่งมหาบุรุษ

ที่มีปรากฏแก่มหาบุรุษนั้น

ย่อมมีปรากฏในพระวรกายของพระองค์อย่างครบถ้วน

[๘๒๐] พระองค์มีพระเนตรแจ่มใส พระพักตร์ผุดผ่อง

พระวรกายสูงใหญ่ตรง

มีพระเดช ทรงรุ่งเรืองท่ามกลางหมู่สมณะ

เหมือนดวงอาทิตย์รุ่งเรืองอยู่

[๘๒๑] พระองค์เป็นภิกษุ มีพระคุณสมบัติงดงามน่าชม

มีพระฉวีวรรณ ผุดผ่องดังทองคำ

พระองค์ทรงมีวรรณสูงส่งถึงเพียงนี้ จะเป็นสมณะไปทำไม


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka