Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 520

<< | หน้าที่ 520 | >>
[๑๑๐๕] เมื่อไรหนอน้ำฝนใหม่ตามฤดูกาลในเวลาใกล้รุ่ง

จะตกรดเราผู้ครองผ้าจีวรดำเนินไปในมรรคา

ที่ท่านผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ดำเนินไปอยู่ในป่า

ความตรึกเช่นนี้นั้นของเราจะสำเร็จเมื่อไรหนอ

[๑๑๐๖] เมื่อไรหนอเราพึงได้ยินเสียงร้องของนกยูงที่ซอกเขาในป่า

แล้วลุกขึ้นพิจารณาเพื่อบรรลุอมตธรรม

ความตรึกเช่นนี้นั้นของเราจะสำเร็จเมื่อไรหนอ

[๑๑๐๗] เมื่อไรหนอเราจะพึงข้ามพ้นแม่น้ำคงคา ยมุนา สุรัสวดี ที่ไหล

ไปถึงบาดาล มีปากอ่าวใหญ่ทั้งน่ากลัว ไปได้ด้วยฤทธิ์ ไม่ติดขัด

ความตรึกเช่นนี้นั้นของเราจะสำเร็จเมื่อไรหนอ

[๑๑๐๘] เมื่อไรหนอเราจะพึงงดเว้นนิมิตว่างามทั้งปวงเสียได้

ขวนขวายในฌานแล้ว ทำลายความพอใจในกามคุณทั้งหลาย

เหมือนช้างทำลายเสาตะลุง และโซ่เหล็กได้แล้วเที่ยวไปในสงคราม

ความตรึกเช่นนี้นั้นของเราจะสำเร็จเมื่อไรหนอ

[๑๑๐๙] เมื่อไรหนอเราจึงจะได้บรรลุคำสอนของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหา

คุณอันยิ่งใหญ่ได้แล้ว พอใจเหมือนลูกหนี้ผู้ขัดสนถูกเจ้าหนี้บีบ

บังคับ แสวงหาทรัพย์มาได้ก็พึงพอใจ

ความตรึกเช่นนี้นั้นของเราจะสำเร็จเมื่อไรหนอ

[๑๑๑๐] (จิตผู้เจริญ) ท่านอ้อนวอนเรามาเป็นเวลาหลายปีว่า

ท่านไม่สมควรอยู่ครองเรือนเลย บัดนี้เรานั้นก็ได้บวชสมประสงค์

แล้ว เหตุไฉน ท่านจึงไม่ชักนำเสียเล่า

[๑๑๑๑] จิตผู้เจริญ ท่านอ้อนวอนเรามาแล้วมิใช่หรือว่า

ฝูงนกยูงมีขนปีกแพรวพราว และเสียงกึกก้องแห่งธารน้ำตกตาม

ซอกเขา จะทำท่านผู้เข้าฌานอยู่ในป่าให้เพลิดเพลิน

๑ สมถะและวิปัสสนา (ขุ.เถร.อ. ๒/๑๑๐๕/๕๑๙)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka