Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 572

<< | หน้าที่ 572 | >>
[๙๘] เรานั้นละบุตรธิดา ทรัพย์ และข้าวเปลือก

โกนผมแล้วบวชเป็นบรรพชิต

[๙๙] เป็นสิกขมานาอยู่ เจริญมรรคเบื้องสูง จึงละราคะ โทสะ

และอาสวะทั้งหลายที่ประกอบด้วยราคะและโทสะนั้นได้

[๑๐๐] อุปสมบทเป็นภิกษุณีแล้ว ระลึกชาติก่อนได้

ชำระทิพยจักษุที่อบรมแล้วอย่างดีให้หมดมลทินได้

[๑๐๑] เห็นสังขารทั้งหลายเป็นอนัตตาอันเกิดแต่เหตุ

มีสภาวะทรุดโทรมโดยความเป็นอนัตตาแล้วละอาสวะทั้งปวงได้

จึงเป็นผู้เย็นดับสนิทแล้ว

๘. โสณาเถรีคาถา


ภาษิตของพระโสณาเถรี


พระโสณาเถรี(ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

{๔๔๖} [๑๐๒] ในเรือนร่างคือรูปนี้ เราคลอดบุตร ๑๐ คน

เพราะเหตุนั้น จึงทรุดโทรมแก่ไป ได้เข้าไปหาภิกษุณี

[๑๐๓] ภิกษุณีนั้นแสดงธรรม คือ ขันธ์ อายตนะ และธาตุแก่เรา

เราฟังธรรมของท่านแล้วก็โกนผมบวช

[๑๐๔] เมื่อเราศึกษาอยู่ ก็ชำระทิพยจักษุให้หมดจด

ระลึกถึงชาติก่อนที่เราเคยอยู่อาศัยมา

[๑๐๕] และเจริญอนิมิตตสมาธิ มีจิตตั้งมั่นดี มีอารมณ์เดียว

มีวิโมกข์ เกิดขึ้นในลำดับ ไม่ยึดมั่น ดับสนิทแล้ว

๑ สมาธิที่พิจารณาธรรมไม่มีนิมิต ได้แก่ วิปัสสนาที่ให้ถึงความหลุดพ้นด้วยอำนาจอนิจจลักษณะ (ที.ปา.อ. ๙/๓๐๕)
๒ ความหลุดพ้นที่เกิดขึ้นโดยลำดับนับแต่ปฐมมรรค(โสดาปัตติมรรค)เป็นต้นไปจนถึงอรหัตตผล (ขุ.เถรี.อ. ๑๐๕/๑๒๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka