Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 631

<< | หน้าที่ 631 | >>
[๔๖๒] เจ้าหญิงสุเมธากราบทูลพระชนกพระชนนีอย่างนี้ว่า

“ตราบใดที่ลูกยังเป็นคฤหัสถ์จักไม่ยอมรับประทานอาหาร

ถึงจะตายก็ยอมเพคะ”

[๔๖๓] พระชนนีของพระนางสุเมธานั้นทรงเป็นทุกข์ ทรงกันแสง

และพระชนกของนางมีพระพักตร์นองด้วยอัสสุชล

ทั้ง ๒ พระองค์ทรงพยายามเกลี้ยกล่อมพระนางสุเมธานั้น

ซึ่งฟุบลงที่พื้นดิน ณ พื้นปราสาทว่า

[๔๖๔] “ลุกขึ้นเถิด ลูกรัก จะเศร้าโศกไปทำไม

พ่อแม่ได้ยกลูกให้พระเจ้าอนิกรัต

ผู้ทรงสง่างามในพระนครวารณวดีแล้ว

[๔๖๕] ลูกจักเป็นเอกอัครมเหสีของพระเจ้าอนิกรัต

ศีล พรหมจรรย์ บรรพชาทำได้ยากนะลูกรัก

[๔๖๖] อำนาจในแคว้นของพระเจ้าอนิกรัต ทรัพย์

ความเป็นใหญ่ โภคะ สุขในราชสกุลนี้

ถ้าลูกปรารถนาแล้ว ก็จักอยู่ในเงื้อมมือของลูก

ลูกก็ยังเป็นสาว จงบริโภคกามทั้งหลายเถิด

ลูกจงวิวาห์เสียนะลูกนะ”

[๔๖๗] ลำดับนั้น เจ้าหญิงสุเมธากราบทูลพระชนกพระชนนีนั้น

อย่างนี้ว่า “อำนาจเป็นต้นเช่นนี้จงอย่ามีเลย

เพราะภพหาสาระมิได้ ลูกขอบวชหรือตายเท่านั้น

แต่ลูกไม่ยอมวิวาห์แน่นอน

[๔๖๘] กายที่เปื่อยเน่าเหมือนหมู่หนอน ไม่สะอาด

มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไป น่าสะพรึงกลัว

เป็นดุจถุงหนัง บรรจุศพ เต็มด้วยของไม่สะอาด

ไหลออกอยู่เนือง ๆ ซึ่งคนเขลายึดถืออยู่


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka