Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 109

<< | หน้าที่ 109 | >>
๒. วีณาถูณชาดก (๒๓๒)


ว่าด้วยชายค่อมนอนขดเหมือนคันพิณ


(เศรษฐีโพธิสัตว์สนทนากับธิดาเศรษฐีว่า)

{๓๑๓} [๑๖๓] เจ้าคนเดียวเท่านั้นที่คิดอย่างนี้

ชายค่อมผู้โง่เขลาคนนี้ไม่อาจจะเป็นผู้นำได้

นางผู้เจริญ เจ้าไม่ควรจะร่วมทางกับคนค่อมคนนี้เลย

(ธิดาเศรษฐีฟังคำของพระโพธิสัตว์แล้วว่า)

{๓๑๔} [๑๖๔] ดิฉันเข้าใจว่าชายค่อมเป็นคนองอาจ จึงได้รักใคร่เขา

เขานอนขดอยู่อย่างนี้ ดุจคันพิณที่สายขาด

วีณาถูณชาดกที่ ๒ จบ


๓. วิกัณณกชาดก (๒๓๓)


ว่าด้วยกามคุณเช่นกับชนัก


(เจ้าหน้าที่จัดอาหารพูดกับจระเข้ว่า)

{๓๑๕} [๑๖๕] เจ้าจงไปในสถานที่ที่เจ้าปรารถนาเถิด

เจ้าถูกชนักแทงในที่อันสำคัญ

อนึ่ง เจ้าเบื่อ ๆ อยาก ๆ ในอาหาร

เฝ้าติดตามฝูงปลาอยู่ ถูกอาหารเคล้าเสียงกลองขจัดเสียแล้ว

(พระศาสดาครั้นทรงแสดงชาดกนี้แล้ว จึงตรัสว่า)

{๓๑๖} [๑๖๖] บุคคลผู้คล้อยตามโลกามิส อย่างนี้

อนุวัตตามอำนาจจิตย่อมเดือดร้อน

บุคคลนั้นย่อมเดือดร้อนท่ามกลางหมู่ญาติมิตรสหาย

เหมือนจระเข้ตัวติดตามฝูงปลาถูกชนักแทง

วิกัณณกชาดกที่ ๓ จบ


๑ คำว่า โลกามิส ได้แก่ กามคุณ ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ที่เรียกว่าโลกามิส (เหยื่อสำหรับโลก) นั้น เพราะกามคุณทั้ง ๕ นี้ถือว่าเป็นของน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ (ขุ.ชา.อ. ๓/๑๖๖/๒๓๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka