Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 132

<< | หน้าที่ 132 | >>
(พวกลิงได้ฟังคำของพระโพธิสัตว์แล้ว จึงกล่าวว่า)

{๔๐๔} [๕๓] ท่านผู้ประเสริฐ ท่านยังไม่รู้จึงได้ติเตียนอย่างนี้

พวกเราไม่เห็นรากแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า

ต้นไม้หยั่งรากลงลึกแค่ไหน

(พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)

{๔๐๕} [๕๔] เราไม่ติเตียนพวกเจ้าที่เป็นลิงป่าหรอก

แต่ผู้ที่ควรถูกตำหนิคือพระเจ้าวิสสเสนะ

ที่พวกเจ้าปลูกต้นไม้ให้

อารามทูสกชาดกที่ ๘ จบ


๙. สุชาตาชาดก (๒๖๙)


ว่าด้วยทรงปรารภนางสุชาดา


(พระโพธิสัตว์เป็นโอรสของพระเจ้าพรหมทัตได้ตรัสกับพระมารดาว่า)

{๔๐๖} [๕๕] ธรรมดาสัตว์ทั้งหลายที่สมบูรณ์ด้วยวรรณะ

มีเสียงอันไพเราะ น่ารักน่าชม แต่พูดจาหยาบกระด้าง

ย่อมไม่เป็นที่รักของใคร ๆ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

{๔๐๗} [๕๖] พระองค์ทรงทอดพระเนตรแล้วมิใช่หรือ

นกดุเหว่าสีดำตัวนี้มีสีไม่สวย ลายพร้อยไปทั้งตัว

แต่เป็นที่รักของสัตว์ทั้งหลายจำนวนมาก

เพราะร้องด้วยเสียงอันไพเราะ

{๔๐๘} [๕๗] เพราะฉะนั้นบุคคลควรพูดคำอันสละสลวย

คิดก่อนพูด พูดพอประมาณไม่ฟุ้งซ่าน

ถ้อยคำของผู้ที่แสดงเป็นอรรถเป็นธรรม

เป็นถ้อยคำอันไพเราะ เป็นถ้อยคำที่เป็นภาษิต

สุชาตาชาดกที่ ๙ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka