(หริตจดาบสกราบทูลว่า)
{๑๒๔๙} [๔๓] ขอถวายพระพรมหาบพิตร ในโลกนี้มีสิ่งที่หยาบ
มีกำลังอย่างยิ่งที่ปัญญาหยั่งไม่ถึง ๔ ประการ คือ
๑. ราคะ (ความกำหนัด) ๒. โทสะ (ความโกรธ)
๓. มทะ (ความเมา) ๔. โมหะ (ความหลง)
(พระราชาตรัสว่า)
{๑๒๕๐} [๔๔] โยมได้ยกย่องพระคุณเจ้าไว้ว่า
ท่านหริตจดาบสเป็นพระอรหันต์ ถึงพร้อมด้วยศีล
ประพฤติบริสุทธิ์ เป็นนักปราชญ์ เป็นบัณฑิต
(หริตจดาบสกราบทูลว่า)
{๑๒๕๑} [๔๕] ขอถวายพระพรมหาบพิตร ฤๅษีแม้มีปัญญา
ยินดีแล้วในคุณธรรม ยังถูกความคิดลามกประกอบด้วยราคะ
ที่ยึดถือว่างาม เบียดเบียนเอาได้
(พระราชาตรัสว่า)
{๑๒๕๒} [๔๖] ราคะที่เกิดขึ้นในสรีระนี้เกิดขึ้นแล้วเป็นเหตุประทุษร้ายผิวพรรณ
พระคุณเจ้าจงละราคะนั้นเสีย ขอความนอบน้อมจงมีแด่พระคุณเจ้า
พระคุณเจ้าได้รับยกย่องว่า เป็นนักปราชญ์ของคนหมู่มาก
(หริตจดาบสกราบทูลว่า)
{๑๒๕๓} [๔๗] อาตมภาพจักค้นหารากเหง้าของกามเหล่านั้น
ที่ทำให้มืดบอด มีทุกข์มาก มีพิษร้ายแรง
จักตัดราคะพร้อมทั้งเครื่องผูก
(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)
{๑๒๕๔} [๔๘] ครั้นกล่าวแล้วอย่างนี้ หริตจฤๅษีผู้ยึดมั่นสัจจะ
คลายกามราคะแล้ว เป็นผู้เข้าถึงพรหมโลก
หริตจชาดกที่ ๕ จบ