Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 447

<< | หน้าที่ 447 | >>
(บุตรนายพรานกล่าวว่า)

{๑๙๖๖} [๑๔๙] สมณะและพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า เทวดาไม่มี

ชีวะย่อมถึงความขาดสูญในภพนี้เท่านั้น

ผลของกรรมดีกรรมชั่วก็เหมือนกัน ย่อมขาดสูญ

และกล่าวสอนว่า ทานคนโง่บัญญัติไว้

ข้าพเจ้าเชื่อวาจาของพระอรหันต์เหล่านั้น

เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเบียดเบียนนกทั้งหลาย

(พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)

{๑๙๖๗} [๑๕๐] ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ เห็นได้ชัดเจน

ส่องโลกให้สว่างไสว โคจรไปในอากาศ

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ นั้นมีอยู่ในโลกนี้หรือโลกอื่น

ในมนุษยโลก พวกเขากล่าวถึงดวงจันทร์

และดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ นั้นอย่างไรหนอ

(บุตรนายพรานกล่าวว่า)

{๑๙๖๘} [๑๕๑] ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ เห็นได้ชัดเจน

ส่องโลกให้สว่างไสว โคจรไปในอากาศ

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ นั้นมีอยู่ในโลกอื่น ไม่ใช่โลกนี้

ในมนุษยโลก พวกเขากล่าวถึงดวงจันทร์และดวงอาทิตย์

ทั้ง ๒ นั้นว่า เทวดา

(ต่อมาพระโพธิสัตว์ได้กล่าวกับเขาว่า)

{๑๙๖๙} [๑๕๒] สมณะและพราหมณ์เหล่าใดเป็นอเหตุกทิฏฐิ ไม่พูดถึงกรรม

ไม่พูดถึงผลของกรรมดีกรรมชั่วด้วยเหมือนกัน

แต่สอนว่า ทานคนโง่บัญญัติไว้

สมณะและพราหมณ์เหล่านั้นผู้มีทิฏฐิเลวทราม

ถูกกำจัดแล้วในเพราะการพยากรณ์เพียงเท่านี้

๑ อเหตุกทิฏฐิ คือพวกมีความเห็นผิดกล่าวอย่างนี้ว่า กรรมที่เป็นเหตุแห่งความบริสุทธิ์และความเศร้าหมอง ไม่มี (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๕๒/๓๐๒)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka