Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 470

<< | หน้าที่ 470 | >>
(มัณฑัพยกุมารตรัสว่า)

{๒๐๓๗} [๕] เรารู้แจ้งเนื้อนาบุญเป็นที่ประดิษฐานเมล็ดพืชทั้งหลายในโลก

เนื้อนาบุญ คือ พราหมณ์ทั้งหลายที่เกิดโดยชาติและมนต์

นับว่าเป็นเนื้อนาบุญที่มีศีลเป็นที่รักยิ่ง

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

{๒๐๓๘} [๖] ก็อคุณธรรมเหล่านี้ คือ ความเมาเพราะชาติ ๑

ความมีมานะจัด ๑ โลภะ ๑ โทสะ ๑

มทะ ๑ โมหะ ๑ ทุกอย่างมีอยู่ในเนื้อนาบุญเหล่าใด

เนื้อนาบุญเหล่านั้นนับว่าเป็นเนื้อนาบุญที่ไม่มีศีลเป็นที่รักในโลก

[๗] อคุณธรรมเหล่านี้ คือ ความเมาเพราะชาติ ๑

ความมีมานะจัด ๑ โลภะ ๑ โทสะ ๑

มทะ ๑ โมหะ ๑ ทุกอย่างไม่มีอยู่ในเนื้อนาบุญเหล่าใด

เนื้อนาบุญเหล่านั้นนับว่าเป็นเนื้อนาบุญที่มีศีลเป็นที่รักในโลก

(เมื่อพระโพธิสัตว์กล่าวความนี้ซ้ำอีก มัณฑัพยกุมารทรงกริ้วแล้วตรัสว่า)

{๒๐๓๙} [๘] เจ้าอุปโชติยะ เจ้าอุปัชฌายะ

และเจ้าภัณฑกุจฉิไปไหนกันหมด

พวกเจ้าจงเฆี่ยนตี จงทำร้ายเจ้าดาบสนี้

แล้วจับคอเจ้าคนชั่ว ไสหัวมันออกไป

(พระโพธิสัตว์เหาะไปอยู่ในอากาศกราบทูลว่า)

{๒๐๔๐} [๙] พระองค์ทรงด่าว่าฤๅษีชื่อว่าขุดภูเขาด้วยเล็บ

เคี้ยวกินก้อนเหล็กด้วยฟันและพยายามกลืนกินไฟ

(พระศาสดาทรงประกาศข้อความนั้นว่า)

{๒๐๔๑} [๑๐] มาตังคฤๅษีครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว

มีความบากบั่นแน่วแน่ในสัจจะ

เมื่อพราหมณ์ทั้งหลายเห็นอยู่ ได้เหาะหนีไปในอากาศ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka