Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 540

<< | หน้าที่ 540 | >>
[๑๓] อนึ่ง ธารน้ำจากแนวป่า ก่อตัวเป็นห้วงวารีสีเขียว

และธารน้ำอันเป็นที่ปลื้มใจแห่งพวกนาคเป็นจำนวนมาก

ไหลมาท่วมข้าพเจ้าด้วยห้วงวารี

[๑๔] สายน้ำเหล่านั้นย่อมพัดพาผลไม้หลายชนิด

คือ มะม่วง ผลหว้า ขนุนสำปะลอ

กระทุ่ม ผลตาล และมะเดื่อมาเนือง ๆ

[๑๕] ผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งที่ฝั่งแม่น้ำทั้ง ๒ หล่นลงไปในน้ำ

ผลไม้นั้นย่อมลอยไปตามอำนาจกระแสน้ำโดยไม่ต้องสงสัย

[๑๖] พระองค์ผู้จอมชนเป็นปราชญ์ มีปัญญามาก

ขอพระองค์จงสดับคำของข้าพเจ้า พระองค์ทราบอย่างนี้แล้ว

อย่าทรงพอพระทัยความเกาะเกี่ยว

ทรงปฏิเสธเสียเถิด

[๑๗] พระราชฤๅษีผู้ผดุงแคว้นให้เจริญ

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจความเป็นบัณฑิตของพระองค์เลย

ซึ่งพระองค์กำลังทรงพระเจริญวัย

แต่กลับหวังความตาย

[๑๘] พระบิดา คนธรรพ์ พร้อมทั้งเทวดา

ย่อมทราบความที่พระองค์ตกอยู่ในอำนาจแห่งตัณหา

อนึ่ง ฤๅษีทั้งหลายเหล่าใดในโลก

ผู้สำรวมตน มีตบะ ผู้เริ่มตั้งความเพียร มียศ

ฤๅษีแม้เหล่านั้นก็ย่อมทราบโดยไม่ต้องสงสัย

(ต่อแต่นั้น ดาบสได้กล่าวว่า)

{๒๒๘๘} [๑๙] บาปย่อมไม่เจริญแก่นรชนผู้รู้

เพราะรู้ธรรมทั้งปวง รู้ความแตกสลาย

และรู้การจุติแห่งชีวิต ถ้าเขาไม่จงใจจะฆ่าผู้อื่น

๑ หมายถึงเกาะเกี่ยวด้วยอำนาจตัณหา (ขุ.ชา.อ. ๗/๑๖/๑๔๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka