Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 542

<< | หน้าที่ 542 | >>
[๒๖] ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงข่มอริราชศัตรู

สวนมะม่วงนั้นเซ็งแซ่ไปด้วยหมู่นกที่มัวเมาด้วยรสดอกไม้

ทิพยสกุณปักษี คือ นกกระเรียน นกยูง นกเขา

และนกสาลิกาก็มีอยู่ในสวนมะม่วงนี้

และในสวนนี้ยังมีฝูงหงส์ส่งเสียงร้องระงม

นกดุเหว่าเร่าร้องกึกก้องปลุกเหล่าสัตว์ให้ตื่นอยู่

[๒๗] ณ สวนมะม่วงนี้ ต้นมะม่วงทั้งหลายมีปลายกิ่งโน้มลง

ด้วยพวงผลดกดื่นเช่นรวงข้าวสาลี มีทั้งต้นคำ ต้นสน

ต้นกระทุ่ม และผลตาลสุกห้อยย้อยอยู่เรียงราย

(ดาบสเห็นเปรตเสวยทิพยสมบัติในเวลาดวงอาทิตย์ตก จึงได้กล่าวว่า)

{๒๒๙๐} [๒๘] เธอผู้ประดับมาลา โพกภูษา

ประดับอาภรณ์ สวมใส่กำไลมือกำไลแขน

มีร่างกายฟุ้งไปด้วยจุรณแก่นจันทน์

ถูกบำเรอตลอดคืน ส่วนกลางวันเสวยเวทนา

[๒๙] เธอมีหญิง ๑๖,๐๐๐ นางเป็นนางบำเรอ

มีอานุภาพมากอย่างนี้ ยังไม่เคยมี

น่าขนพองสยองเกล้า

[๓๐] ในภพก่อนเธอได้ทำบาปกรรมอะไรที่นำทุกข์มาให้ตน

เธอทำกรรมอะไรไว้ในมนุษย์ทั้งหลาย จึงต้องมากัดกินเนื้อหลังของตน

(เปรตจำดาบสนั้นได้ จึงกล่าวว่า)

{๒๒๙๑} [๓๑] ข้าพระองค์ได้เล่าเรียนพระเวท หมกมุ่นอยู่ในกามทั้งหลาย

ได้ประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ชนเหล่าอื่นตลอดกาลนาน

[๓๒] ผู้หากินบนหลังคนอื่นต้องควักเนื้อหลังของตนกิน

เหมือนข้าพระองค์วันนี้ต้องกัดกินเนื้อหลังของตนเอง

กิงฉันทชาดกที่ ๑ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka