Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 579

<< | หน้าที่ 579 | >>
[๒๗๐] เมื่อสงสัยว่า มนต์จะแตกทำลาย

บัณฑิตไม่พึงบอกความลับที่สำคัญแม้แก่มารดาบิดา

พี่สาวน้องสาว พี่ชายน้องชาย

เพื่อนสหาย หรือญาติพวกพ้องของตน

[๒๗๑] ถึงภรรยาจะยังสาวพูดจาไพเราะ ถึงพร้อมด้วยบุตรธิดา

มีรูปร่างสวยงาม มีเกียรติยศชื่อเสียง มีหมู่ญาติแวดล้อม

พูดอ้อนสามี เมื่อสงสัยว่า ความลับที่ปรึกษาไว้จะแตก

บัณฑิตไม่พึงบอกความลับที่สำคัญแม้แก่นาง

{๒๓๙๑} [๒๗๒] บัณฑิตไม่พึงเปิดเผยความลับ

พึงรักษาความลับนั้นไว้เหมือนรักษาขุมทรัพย์

เพราะว่าความลับบุคคลรู้อยู่ไม่เปิดเผยได้เป็นการดี

[๒๗๓] บัณฑิตไม่ควรบอกความลับแก่สตรี ๑ ศัตรู ๑

คนที่ใช้อามิสล่อ ๑ คนผู้ล้วงความลับ ๑

[๒๗๔] คนผู้รู้ความลับที่ผู้อื่นไม่รู้

เพราะกลัวความลับที่ปรึกษาหารือกันไว้จะแตก

ย่อมอดกลั้นไว้ดุจบุคคลผู้เป็นทาสเขา

[๒๗๕] คนมีประมาณเท่าใดล่วงรู้ความลับที่เขาปรึกษากัน

คนมีประมาณเท่านั้นเป็นบุคคลที่น่าหวาดกลัวของเขา

เพราะฉะนั้น บุคคลไม่ควรเปิดเผยความลับ

[๒๗๖] เวลากลางวันควรพูดความลับในที่สงัด

เวลากลางคืนไม่ควรพูดดังเกินไป

เพราะเหตุว่าคนแอบฟังได้ยินความลับที่ปรึกษากันเข้า

ความลับนั้นจะถึงการแพร่งพรายโดยเร็วพลัน

{๒๓๙๒} [๒๗๗] นครใหญ่ที่สร้างด้วยเหล็ก ไม่มีประตู

มีโรงเรือนล้วนสร้างด้วยเหล็ก

มีคูขุดไว้ล้อมรอบ ย่อมปรากฏแม้ฉันใด

แม้ผู้มีความคิดอันลี้ลับในโลกนี้ก็ปรากฏแก่เราฉันนั้น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka