Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 589

<< | หน้าที่ 589 | >>
[๓๓๓] ความประมาทเกิดจากความมัวเมา

ความเสื่อมเกิดจากความประมาท

และเพราะความเสื่อมจึงเกิดการประทุษร้าย

ท่านพระรตูสภะ ขอพระองค์อย่าได้ประมาทเลย

[๓๓๔] แท้จริง กษัตริย์ทั้งหลายผู้ประมาทจำนวนมาก

ย่อมเสื่อมทั้งประโยชน์ทั้งแคว้น

แม้นายบ้านและลูกบ้านก็เสื่อม แม้บรรพชิตและคฤหัสถ์ก็เสื่อม

[๓๓๕] ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญ

โภคะทั้งปวงในแคว้นของกษัตริย์ผู้ประมาทแล้วย่อมพินาศ

ข้อนั้นท่านกล่าวว่า เป็นความทุกข์ของพระราชา

[๓๓๖] ขอเดชะพระมหาราช นั่นหาใช่ธรรมไม่

พระองค์ทรงประมาทเกินขอบเขต

พวกโจรจึงปล้นทำลายชนบทที่มั่งคั่งสมบูรณ์

[๓๓๗] พระราชบุตรผู้จะสืบสันตติวงศ์จักไม่มี

ทรัพย์สินเงินทองจักไม่มี พระนครก็จักไม่มี

เมื่อแคว้นถูกปล้นสะดม พระองค์ก็จะเสื่อมจากโภคะทั้งปวง

[๓๓๘] พระญาติ มิตร และพระสหายย่อมไม่นับถือพระองค์ผู้เป็น

กษัตริย์ซึ่งเสื่อมจากโภคะทั้งปวงในทางพระปรีชาสามารถ

[๓๓๙] พลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้าซึ่งอาศัยพระองค์เลี้ยงชีพ

ย่อมไม่นับถือพระองค์ว่า เป็นพระราชาผู้ควรนับถือ

[๓๔๐] สิริย่อมละคนโง่ผู้ไม่จัดแจงการงาน

มีความคิดเลวทราม มีปัญญาทรามไปเหมือนงูลอกคราบเก่าทิ้ง

[๓๔๑] กษัตริย์ผู้ทรงจัดแจงการงานดี ทรงขยันตลอดกาล

ไม่เกียจคร้าน โภคะทั้งปวงย่อมเจริญโดยยิ่ง

เหมือนฝูงโคที่มีโคอุสภะเป็นจ่าฝูง


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka