Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 603

<< | หน้าที่ 603 | >>
(ท้าวสักกเทวราชสดับดังนั้นแล้วจึงตรัสว่า)

{๒๔๔๙} [๕๓] ท่านผู้ใดในเทวโลกเขาเรียกกันว่า สุชัมบดี

ท่านผู้นั้นในมนุษยโลกเขาเรียกกันว่า มัฆวาน

ข้าพเจ้านั้นเป็นเทพราชามาถึงที่นี้ในวันนี้

เพื่อจะเยี่ยมฤๅษีทั้งหลายผู้มีความสำรวมเป็นอันดี

(ท้าวสักกเทวราชเสด็จลงแล้วเข้าไปหาหมู่ฤๅษี ยืนประคองอัญชลีไหว้อยู่ ตรัสว่า)

{๒๔๕๐} [๕๔] ฤๅษีของพวกเรามีฤทธิ์มาก ประกอบด้วยคุณคือฤทธิ์

ปรากฏในที่ไกล ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส

ขอนมัสการพระคุณเจ้าผู้ประเสริฐกว่ามนุษย์ทั้งหลายในมนุษยโลกนี้

(ต่อมาอนุสิสสดาบสเห็นท้าวสักกเทวราชประทับนั่งใต้ลมของหมู่ฤๅษี จึง กราบทูลว่า)

{๒๔๕๑} [๕๕] กลิ่นของฤๅษีผู้ที่บวชมานานย่อมออกจากกายฟุ้งไปตามลม

ขอถวายพระพร ท้าวสหัสสนัยน์เทวราช

ขอมหาบพิตรเสด็จถอยไปจากที่นี่

เพราะกลิ่นของฤๅษีทั้งหลายไม่สะอาด

(ท้าวสักกเทวราชตรัสว่า)

{๒๔๕๒} [๕๖] กลิ่นของฤๅษีผู้ที่บวชมานาน

ขอจงออกจากกายฟุ้งไปตามลมเถิด

พระคุณเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายจำนงหวังกลิ่นนั้น

ดุจพวงบุปผชาติอันวิจิตรมีกลิ่นหอม

เพราะเทวดาทั้งหลายมิได้มีความสำคัญกลิ่นนี้ว่าปฏิกูล

(อนุสิสสดาบสลุกจากอาสนะ ขอโอกาสกับหมู่ฤๅษี กล่าวว่า)

{๒๔๕๓} [๕๗] ท้าวมัฆวาน สุชัมบดีเทวราช องค์ปุรินททะจอมเทพ

ผู้เป็นใหญ่กว่าภูตพระองค์นั้น ทรงพระยศ ย่ำยีหมู่อสูร

ทรงรอคอยโอกาสเพื่อจะตรัสถามปัญหา


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka