Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 633

<< | หน้าที่ 633 | >>
(ต่อแต่นั้น พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า)

{๒๕๔๕} [๒๒๓] เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป

เหมือนกับน้ำนิดหน่อยในหม้อกรองน้ำด่าง

เมื่อชีวิตเป็นของน้อยนักอย่างนี้ จึงไม่ใช่เวลาที่จะประมาทเลย

[๒๒๔] เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป

เหมือนกับน้ำนิดหน่อยในหม้อกรองน้ำด่าง

เมื่อชีวิตเป็นของน้อยนักอย่างนี้

ถึงอย่างนั้นพวกคนพาลก็ยังพากันประมาทอยู่

[๒๒๕] พวกคนพาลเหล่านั้นถูกเครื่องผูกคือตัณหาผูกมัดไว้แล้ว

ย่อมทำนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน

เปรตวิสัย และอสุรกายให้เจริญ

(มหาชนคร่ำครวญกล่าวว่า)

{๒๕๔๖} [๒๒๖] ก็กลุ่มละอองธุลีฟุ้งลอยขึ้น

ในที่ไม่ห่างไกลจากปุปผกปราสาท

ชะรอยพระเกสาของพระธรรมราชา

ผู้เรืองยศของพวกเรา จักถูกตัดแล้ว

(มหาชนไม่เห็นพระราชา จึงเที่ยวคร่ำครวญว่า)

{๒๕๔๗} [๒๒๗] พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป

ณ ปราสาทใดหนอ นี้คือปราสาทของพระองค์

เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย

[๒๒๘] พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป

ณ ปราสาทใดหนอ นี้คือปราสาทของพระองค์

เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย

[๒๒๙] พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป

ณ ปราสาทใดหนอ นี้คือปราสาทของพระองค์

เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka