Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 2

<< | หน้าที่ 2 | >>
[๔] ลูกจงพาเอากองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ

และกองพลราบไป ลูกจักนำพราหมณ์มาสู่อำนาจได้

เพราะผิวพรรณและรูปของลูก

(นายพรานป่าชี้ไปที่อาศรม แล้วกราบทูลพระราชธิดานฬินิกาว่า)

{๔} [๕] อาศรมอันน่ารื่นรมย์ของอิสิสิงคดาบสปรากฏอยู่นั่น

ซึ่งมีต้นกล้วยปรากฏเป็นทิวแถว แวดล้อมไปด้วยป่าแสม

[๖] นั่นแสงไฟยังโพลงเห็นประจักษ์อยู่ นั่นควันไฟยังปรากฏอยู่

เข้าใจว่า อิสิสิงคดาบสผู้มีฤทธิ์มากจะยังไม่เลิกบูชาไฟ

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความให้ยิ่งขึ้นไป จึงตรัสว่า)

{๕} [๗] อิสิสิงคดาบสมองเห็นพระราชธิดานั้น

สวมใส่ตุ้มหูแก้วมณีกำลังเสด็จมา

เกิดความกลัว จึงเข้าไปยังอาศรมที่มุงด้วยใบไม้

[๘] ที่ใกล้ประตูอาศรมของดาบสนั้น

พระราชธิดานั้นก็ทรงแสดงให้เห็นอวัยวะของลับ

และส่วนที่ปรากฏ ขณะเล่นลูกข่างอยู่

[๙] ฝ่ายชฎิลดาบสผู้อยู่ในบรรณศาลา

ครั้นเห็นพระราชธิดานั้นทรงเล่นอยู่

จึงออกมาจากอาศรมแล้วกล่าวคำนี้ว่า

{๖} [๑๐] พ่อมหาจำเริญ ต้นไม้ของท่านชื่ออะไรที่มีผลเป็นอย่างนี้

ถึงท่านจะขว้างไปแล้วแม้ในที่ไกล

มันก็ย้อนกลับมา ไม่ละทิ้งท่านไป

(พระราชธิดานฬินิกาตรัสว่า)

{๗} [๑๑] ท่านพราหมณ์ ที่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า

ณ ภูเขาคันธมาทน์ ต้นไม้ชนิดนั้นที่มีผลเป็นอย่างนี้มีอยู่มาก

ถึงข้าพเจ้าจะขว้างไปแล้วแม้ในที่ไกล

มันก็ย้อนกลับมา ไม่ละทิ้งข้าพเจ้าไป


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka