Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 16

<< | หน้าที่ 16 | >>
(อภิปารกเสนาบดีกราบทูลว่า)

{๓๔} [๘๒] ข้าแต่พระองค์ผู้จอมชน นางอุมมาทันตีนี้

เป็นที่รักของข้าพระองค์อย่างแท้จริง

ข้าแต่พระภูมิบาล นางมิได้เป็นที่รักของข้าพระองค์ก็หาไม่

ข้าพระองค์ขอถวายนางอุมมาทันตีแด่พระองค์

ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์โปรดทรงอภิรมย์ตัณหาดุจต้นไม้ในป่า

หรือไม่ก็ทรงสลัดนางทิ้งเสีย

(พระเจ้ากรุงสีพีตรัสว่า)

{๓๕} [๘๓] ผู้ใดก่อความทุกข์ให้แก่ผู้อื่นด้วยความทุกข์ของตน

หรือก่อความสุขให้แก่ตนด้วยความสุขของคนอื่น

(ผู้นั้นชื่อว่า ไม่รู้ธรรม) ส่วนผู้ใดรู้อย่างนี้ว่า

ความทุกข์ ความสุขนี้ของเราเป็นอย่างไร

ของคนเหล่าอื่นก็เป็นอย่างนั้น

ผู้นั้นชื่อว่า รู้ธรรม

{๓๖} [๘๔] คนอื่น ใครเล่าหนอบนพื้นปฐพีในโลกนี้

จะพึงเชื่อท่านว่า นางมิได้เป็นที่รักของเรา

อีกประการหนึ่ง ครั้นให้แล้ว

ท่านมิได้เห็นนางอุมมาทันตีผู้เป็นที่รัก

ท่านจะคับแค้นใจอย่างหนัก

๑ ผู้ใดก่อความทุกข์ให้แก่ผู้อื่นด้วยความทุกข์ของตน หมายถึงผู้ที่ถูกทุกข์บีบคั้นแล้วใส่ทุกข์ให้แก่คนอื่นคือ นำทุกข์ออกจากสรีระของตัวแล้วใส่ในสรีระของผู้อื่น หรือก่อความสุขให้แก่ตนด้วยความสุขของคนอื่น หมายถึงผู้ที่ถือเอาความสุขของคนอื่นมาใส่ไว้ในตน ชื่อว่าทำผู้อื่นให้ถึงความทุกข์เพราะเข้าใจว่า “เราจัก นำความทุกข์ออกจากตน” ชื่อว่าทำผู้อื่นให้ถึงความทุกข์เพราะเข้าใจว่า “เราจักทำตนให้มีความสุข สบาย” ชื่อว่าทำความสุขของคนอื่นให้พินาศเพราะเข้าใจว่า “เราจักทำตนให้มีความสุข” คนนั้นชื่อว่า ไม่รู้ธรรม
ส่วนผู้ใดรู้อย่างนี้ว่า “ความสุขและความทุกข์ของเรานั้นเป็นอย่างไร ของคนอื่นก็เป็นอย่างนั้น” ผู้นั้นชื่อว่ารู้ธรรม คือ รู้จักธรรม (ขุ.ชา.อ. ๘/๘๓/๔๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka