Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 28

<< | หน้าที่ 28 | >>
{๖๐} [๑๔๕] ถ้าว่าสัตว์ย่อมเข้าถึงความสุขและความทุกข์

เพราะเหตุแห่งกรรมที่ตนกระทำไว้ในชาติปางก่อน

เขาย่อมเปลื้องหนี้คือบาปกรรมเก่าที่ตนทำไว้นั้นได้

เมื่อความพ้นหนี้คือบาปกรรมเก่ามีอยู่

ใครเล่าในโลกนี้จะแปดเปื้อนบาป

[๑๔๖] หากเนื้อความที่มหาบพิตรตรัสแล้วนั้น

เป็นอรรถ เป็นธรรม เป็นถ้อยคำที่ดีงาม ไม่ชั่วช้า

และหากพระดำรัสของมหาบพิตรผู้เจริญเป็นสัจจะ

วานรก็เป็นอันอาตมาฆ่าดีแล้ว

[๑๔๗] ก็หากว่ามหาบพิตรพึงรู้ความผิดพลาดวาทะของตน

มหาบพิตรจะไม่พึงติเตียนอาตมาเลย

เพราะวาทะของมหาบพิตรผู้เจริญเป็นเช่นนั้น

{๖๑} [๑๔๘] รูปของสัตว์ย่อมเกิดมีได้

เพราะอาศัยมหาภูตรูปทั้ง ๔ เท่านั้น

ก็รูปย่อมเกิดมีได้เพราะมหาภูตรูปใด

ก็คล้อยไปตามมหาภูตรูป นั่นเอง

[๑๔๙] ชีวะย่อมเป็นอยู่ในโลกนี้เท่านั้น

ละไปแล้ว ละทิ้งไปแล้ว ย่อมพินาศ

โลกนี้ย่อมขาดสูญ ทั้งคนพาลและบัณฑิตก็ขาดสูญ

เมื่อโลกขาดสูญอยู่ ใครเล่าในโลกนี้ย่อมแปดเปื้อนบาป

๑ คล้อยไปตามมหาภูตรูป หมายถึงบุคคลผู้ประกอบด้วยมหาภูตทั้ง ๔ นี้ (คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม) ตาย ลงในเวลาใด ร่างกายส่วนที่เป็นดินก็กลับกลายเป็นดิน ส่วนที่เป็นน้ำก็กลับกลายเป็นน้ำ ส่วนที่เป็นไฟ ก็กลับกลายเป็นไฟ ส่วนที่เป็นลมก็กลับกลายเป็นลมในเวลานั้น (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๔๘/๖๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka