Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 52

<< | หน้าที่ 52 | >>
[๑๑๗] ก็สัตว์นรกนั้นตกถึงนรกแล้ว

ก็จมลงไปประมาณ ๑๐๐ ช่วงคน

ซากศพอันเน่าก็เหม็นฟุ้งตลบไปโดยรอบตลอด ๑๐๐ โยชน์

[๑๑๘] จริงอยู่ แม้คนที่มีจักษุ

ก็จะเสื่อมจากจักษุทั้ง ๒ ได้เพราะกลิ่นนั้น

ขอถวายพระพรพระเจ้าพรหมทัต

คนฆ่ามารดาย่อมได้รับความทุกข์เช่นนั้นแหละ

[๑๑๙] หญิงที่รีดลูกทั้งหลายจะต้องย่างเหยียบนรก

บนคมมีดโกนอันคมกริบที่ไม่น่ารื่นรมย์

แล้วตกไปยังแม่น้ำเวตตรณีซึ่งข้ามไปได้ยาก

[๑๒๐] ต้นงิ้วทั้งหลายล้วนแต่เป็นเหล็ก มีหนามยาว ๑๖ องคุลี

ห้อยย้อยปกคลุมแม่น้ำเวตตรณีซึ่งข้ามไปได้ยากทั้ง ๒ ฝั่ง

[๑๒๑] สัตว์นรกเหล่านั้นมีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นไปเบื้องบนหนึ่งโยชน์

มีกายเร่าร้อนด้วยไฟที่เกิดเอง

ยืนอยู่เหมือนกองไฟที่ตั้งอยู่ในที่ไกล

[๑๒๒] หญิงผู้ประพฤตินอกใจสามีก็ดี

ชายผู้คบชู้กับภรรยาคนอื่นก็ดี

พวกเขาเหล่านั้นต้องตกอยู่ในนรกอันเร่าร้อนมีหนามแหลมคม

[๑๒๓] สัตว์นรกเหล่านั้นถูกอาวุธทิ่มแทง

ก็กลิ้งกลับเอาศีรษะลงเบื้องล่าง ตกลงไปเป็นจำนวนมาก

ถูกหลาวเหล็กทิ่มแทงร่างกายจนนอน

ตื่นอยู่ตลอดกาลอันยาวนาน

[๑๒๔] ต่อแต่นั้น เมื่อราตรีสว่างแล้ว

สัตว์นรกทั้งหลายก็ถูกนายนิรยบาลซัดเข้าไปยังโลหกุมภีอันใหญ่

อุปมาดังภูเขามีน้ำร้อนอันเปรียบได้กับไฟ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka