[๑๑๗] กระบวนกลอง ตะโพน สังข์ บัณเฑาะว์
และมโหระทึกนำหน้าใครมา ยังพระราชาผู้จอมทัพให้ร่าเริง
[๑๑๘] ใครมีหน้าผากสวมกรอบอุณหิสทองคำอันหนา
มีวรรณะประดุจสายฟ้า
ใครหนอยังหนุ่มแน่นผูกสอดแล่งลูกศร
รุ่งเรืองอยู่ด้วยสิริกำลังมา
[๑๑๙] อนึ่ง ใบหน้าของใครงดงามผุดผ่อง
ดุจทองคำที่ละลายคว้างอยู่ปากเบ้า
มีสีดังถ่านเพลิงไม้ตะเคียน
ใครหนอรุ่งเรืองอยู่ด้วยสิริกำลังมา
[๑๒๐] ฉัตรมีซี่น่ารื่นรมย์ใจ สำหรับกั้นบังแสงอาทิตย์
เขาประคองกั้นแล้วเพื่อใคร
ใครหนอรุ่งเรืองอยู่ด้วยสิริกำลังมา
[๑๒๑] ชนทั้งหลายถือพัดวาลวีชนีเครื่องสูง
เดินแวดล้อมเรือนร่างของใคร
ผู้มีบุญอันประเสริฐซึ่งกำลังมาบนคอช้าง
[๑๒๒] เศวตฉัตร ม้าอาชาไนย และทหารสวมเกราะ
ของใครเรียงรายอยู่โดยรอบ
ใครหนอรุ่งเรืองอยู่ด้วยสิริกำลังมา
[๑๒๓] กษัตริย์ ๑๐๑ พระองค์ผู้ทรงมีพระอิสริยยศ
กำลังแวดล้อมติดตามใครอยู่โดยรอบ
ใครหนอรุ่งเรืองอยู่ด้วยสิริกำลังมา
[๑๒๔] อนึ่ง เสนา ๔ เหล่า คือ กองพลช้าง กองพลม้า
กองพลรถ และกองพลราบ แวดล้อมตามใครอยู่โดยรอบ
ใครหนอรุ่งเรืองอยู่ด้วยสิริกำลังมา