Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 118

<< | หน้าที่ 118 | >>
{๒๕๙} [๒๐๙] ท่านเป็นญาติของพวกเราเมื่อชาติก่อน

แต่ท่านนั้นเป็นคนตระหนี่ มักโกรธ มีธรรมเลวทราม

พวกเรามาที่นี้ก็เพื่อประโยชน์แก่ท่านนั่นเอง

ท่านอย่ามีธรรมอันเลวทรามไปตกนรกเลย

(โกสิยเศรษฐีได้ฟังดังนั้นมีจิตยินดี จึงกล่าวว่า)

{๒๖๐} [๒๑๐] พวกท่านหวังเกื้อกูลข้าพเจ้าอย่างแน่นอน

จึงได้พร่ำสอนข้าพเจ้า ข้าพเจ้านั้น

จะทำตามที่พวกท่านผู้หวังเกื้อกูลกล่าวทุกประการ

[๒๑๑] ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าพเจ้านั้นจะของดเว้น

จะไม่กระทำบาปอะไร ๆ อีก

อนึ่ง วัตถุอะไร ๆ ที่ไม่ให้จะไม่มีแก่ข้าพเจ้า

แม้แต่น้ำข้าพเจ้ายังไม่ได้ให้แล้ว ก็จะไม่ยอมดื่ม

[๒๑๒] ข้าแต่ท้าววาสวะ ก็เมื่อข้าพเจ้าให้อยู่ตลอดกาลทั้งปวงอย่างนี้

ถึงโภคะทั้งหลายของข้าพเจ้าจักหมดสิ้นไป ข้าแต่ท้าวสักกะ

ต่อจากนั้น ข้าพเจ้าจะละกามทั้งหลายตามที่มีอยู่แล้วจักบวช

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

{๒๖๑} [๒๑๓] เทพธิดาเหล่านั้นอันท้าวสักกะผู้ประเสริฐกว่าเทวดา

ทรงอภิบาลแล้วบันเทิงอยู่ ณ ภูเขาคันธมาทน์

ซึ่งเป็นภูเขาอันประเสริฐสูงสุด

ครั้งนั้น ฤๅษีผู้ประเสริฐสามารถจะไปได้ทั่วโลก

ได้ถือเอาช่อดอกไม้อันประเสริฐมีดอกบานสะพรั่งเดินมา

[๒๑๔] ก็ดอกไม้นั้นสะอาด มีกลิ่นหอม

อันเหล่าเทพชั้นไตรทศสักการะ เป็นดอกไม้สูงสุด

อันท้าวสักกะผู้ประเสริฐกว่าอมรเทพทรงใช้สอย

ซึ่งพวกมนุษย์หรือพวกอสูรไม่ได้แล้ว เว้นไว้แต่พวกเทวดา

เป็นดอกไม้ที่สมควรแก่เทวดาเหล่านั้น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka