Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 120

<< | หน้าที่ 120 | >>
(ต่อจากนั้น พระศาสดาตรัสพระคาถาว่า)

{๒๖๔} [๒๒๐] เทพธิดาเหล่านั้นถูกนารทดาบสกล่าวแนะนำ

มีความโกรธแค้นอย่างยิ่ง เป็นผู้มัวเมาแล้ว

ด้วยความมัวเมาในผิวพรรณ จึงไป ณ สำนักท้าวสหัสสนัยน์

แล้วทูลถามท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าภูตว่า

บรรดาหม่อมฉัน ใครหนอประเสริฐกว่า

(เทพธิดาทั้ง ๔ นางได้ยืนทูลถามอย่างนั้นแล้ว พระศาสดา จึงตรัสว่า)

{๒๖๕} [๒๒๑] ท้าวปุรินททะผู้ประเสริฐกว่าเทวดา

ผู้อันเทพธิดาทั้ง ๔ กระทำอัญชลีแล้ว

ทอดพระเนตรเห็นเทพธิดาทั้ง ๔ ผู้กระตือรือร้น

จึงตรัสว่า ลูกหญิงมีความงามเป็นเลิศ มีใบหน้าผ่องใส

พวกเจ้าทั้งปวงล้วนทัดเทียมกัน

ใครเล่าหนอจะกล่าวถ้อยคำทะเลาะกันขึ้นได้

(ลำดับนั้น เทพธิดาเหล่านั้นเมื่อจะกราบทูลท้าวสักกะ จึงกล่าวคาถาว่า)

{๒๖๖} [๒๒๒] พระนารทมหามุนีองค์ใดผู้ท่องเที่ยวไปได้ทั่วโลก

ดำรงอยู่ในธรรม มีความบากบั่นอย่างจริงจัง

ท่านนั้นได้กล่าวแก่พวกหม่อมฉันที่ภูเขาคันธมาทน์

ซึ่งเป็นภูเขาอันประเสริฐว่า

จงไปทูลถามท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าภูตดูเถิด

ถ้าพวกเธอในที่นี้ไม่ทราบว่าตนสูงสุดหรือต่ำทราม

(ท้าวสักกะเมื่อจะตรัสบอกเหตุ จึงตรัสคาถาว่า)

{๒๖๗} [๒๒๓] ลูกหญิงผู้มีเรือนร่างอันงดงาม

มีมหามุนีผู้ท่องเที่ยวอยู่ในป่าใหญ่นามว่าโกสิยะ

ท่านไม่ให้แล้วจะไม่ยอมบริโภคอาหาร

ท่านพิจารณาแล้วจึงจะให้ทาน ก็ท่านจักให้แก่ลูกหญิงผู้ใด

ผู้นั้นแหละประเสริฐกว่า


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka