Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 181

<< | หน้าที่ 181 | >>
[๔๘๙] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมชน ผู้เป็นนรชน

ผู้แกล้วกล้า และประเสริฐสุด

น้ำฝนที่ตกลงในสระย่อมขังอยู่ได้นานฉันใด

แม้การสมาคมคบหาสัตบุรุษของหม่อมฉันก็ฉันนั้น

ย่อมตั้งอยู่ได้นานเหมือนน้ำในสระ

[๔๙๐] การสมาคมสัตบุรุษย่อมไม่รู้จักเสื่อมคลายไป

ย่อมเป็นอยู่เหมือนอย่างนั้น แม้ตลอดเวลาที่ชีวิตยังคงอยู่

ส่วนการสมาคมคบหาอสัตบุรุษย่อมเสื่อมไปอย่างรวดเร็ว

เพราะฉะนั้น ธรรมของสัตบุรุษจึงห่างไกลกันกับอสัตบุรุษ

(พระเจ้าสุตโสมโพธิสัตว์เมื่อจะแสดงธรรมเพื่อให้เนื้อความถึงที่สุด จึงตรัสว่า)

{๓๙๓} [๔๙๑] พระราชาผู้ชนะคนที่ไม่ควรชนะ ไม่ชื่อว่าเป็นพระราชา

เพื่อนผู้ชนะเพื่อน ก็ไม่ชื่อว่าเป็นเพื่อน

ภรรยาผู้ไม่เกรงกลัวสามี ก็ไม่ชื่อว่าเป็นภรรยา

บุตรทั้งหลายผู้ไม่เลี้ยงดูมารดาและบิดาผู้แก่ชรา ก็ไม่ชื่อว่าเป็นบุตร

[๔๙๒] ที่ประชุมที่ไม่มีสัตบุรุษ ก็ไม่ชื่อว่าสภา

เหล่าชนผู้ไม่พูดคำที่เป็นธรรม ไม่ชื่อว่าเป็นสัตบุรุษ

ชนทั้งหลายผู้ละราคะ โทสะ โมหะ

กล่าวคำที่เป็นธรรมเท่านั้น จึงชื่อว่า เป็นสัตบุรุษ

[๔๙๓] บัณฑิตผู้อยู่ปะปนกับคนพาล

เมื่อไม่พูด ใคร ๆ ก็ไม่รู้ว่าเป็นบัณฑิต

แต่บัณฑิตเมื่อพูด เมื่อแสดงอมตบท จึงรู้ว่าเป็นบัณฑิต

๑ คนที่ไม่ควรชนะ หมายถึงมารดาบิดา เมื่อชนะมารดาบิดาไม่ชื่อว่าเป็นพระราชา หากว่าท่านได้ราช สมบัติจากพระราชบิดาแล้ว กลับเป็นปฐมกษัตริย์ต่อท่าน ชื่อว่าทำกิจไม่สมควร (ขุ.ชา.อ. ๘/๔๙๑/๔๔๙)
๒ สัตบุรุษหมายถึงบัณฑิต สัตบุรุษทั้งหลายละกิเลสมีราคะเป็นต้นแล้ว เป็นผู้อนุเคราะห์ผู้อื่นด้วยประโยชน์ พูดแต่ความจริง (ขุ.ชา.อ. ๘/๔๙๒/๔๕๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka