Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 223

<< | หน้าที่ 223 | >>
(พระโพธิสัตว์ตรัสว่า)

{๔๖๔} [๒๕๘] ท่านพราหมณ์ ท่านพร่ำสอนข้าพเจ้าดีหนอ

ท่านพราหมณ์ผู้นิรทุกข์

ข้าพเจ้าขอถามท่าน ท่านเป็นใครหนอ

(นารทดาบสกล่าวว่า)

{๔๖๕} [๒๕๙] ชนทั้งหลายรู้จักอาตมภาพโดยชื่อว่า นารทะ

โดยโคตรว่า กัสสปะ

อาตมภาพมาในสำนักของพระองค์ด้วยเข้าใจว่า

การสมาคมกับสัตบุรุษเป็นการดี

[๒๖๐] ขอความเพลิดเพลินและวิหารธรรมทั้งปวงจงมีแก่พระองค์เท่านั้น

พระองค์จงบำเพ็ญสิ่งที่บกพร่องให้บริบูรณ์เถิด

จงประกอบด้วยความอดทนและความสงบเถิด

[๒๖๑] จงทรงคลี่คลายความยุบลงและฟูขึ้น

จงสักการะกรรม วิชชา ธรรม

และสมณธรรมแล้วบำเพ็ญพรหมจรรย์เถิด

{๔๖๖} [๒๖๒] ข้าแต่พระชนก พระองค์ทรงละทิ้งช้าง ม้า

ชาวพระนคร และชนบทเป็นอันมาก

เสด็จออกผนวช ทรงยินดีในบาตรดิน

[๒๖๓] ชาวชนบท มิตร อำมาตย์ และพระญาติเหล่านั้น

ได้ทำความผิดอะไรให้แก่พระองค์หรือหนอ

เพราะเหตุไร พระองค์จึงทรงชอบพระทัยบาตรดินนั้น

(พระโพธิสัตว์ตรัสว่า)

{๔๖๗} [๒๖๔] ท่านฤๅษี ข้าพเจ้ามิได้เคยเอาชนะ

พระญาติอะไร ๆ โดยส่วนเดียวในกาลไหน ๆ โดยอธรรมเลย

แม้พระญาติทั้งหลายก็มิเคยได้เอาชนะข้าพเจ้าโดยอธรรม

๑ คำว่า กรรม ได้แก่กุศลกรรมบถ ๑๐, คำว่า วิชชา ได้แก่ญาณในอภิญญา ๕ และสมาบัติ ๘ คำว่า กรรม ได้แก่สมณธรรมกล่าวคือการบำเพ็ญกสิณ (ขุ.ชา.อ. ๙/๒๖๑/๙๓

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka