Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 240

<< | หน้าที่ 240 | >>
(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

{๕๑๓} [๓๖๗] ลำดับนั้น พระเจ้ากาสีทรงพาฤๅษีทั้ง ๒

ผู้ตาบอดไปในป่าใหญ่

จูงมือฤๅษีทั้ง ๒ ไปในที่ที่สามกุมารถูกฆ่าแล้ว

{๕๑๔} [๓๖๘] ดาบสทั้ง ๒ เห็นสามกุมารผู้เป็นบุตรนอนคลุกฝุ่น

ถูกทิ้งไว้ในป่าใหญ่เหมือนดวงจันทร์ตกดิน

[๓๖๙] ดาบสทั้ง ๒ เห็นสามกุมารผู้เป็นบุตรนอนคลุกฝุ่น

ถูกทิ้งไว้ในป่าใหญ่เหมือนดวงอาทิตย์ตกดิน

[๓๗๐] ดาบสทั้ง ๒ เห็นสามกุมารผู้เป็นบุตรนอนคลุกฝุ่น

ถูกทิ้งไว้ในป่าใหญ่ ก็คร่ำครวญอย่างน่าสงสาร

[๓๗๑] ดาบสทั้ง ๒ เห็นสามกุมารผู้เป็นบุตรนอนคลุกฝุ่น

จึงประคองแขนทั้ง ๒ ข้าง คร่ำครวญว่า ชาวเราเอ๋ย

ได้ทราบว่า วันนี้ ความไม่เป็นธรรมกำลังเป็นไปในโลกนี้

[๓๗๒] ลูกสามผู้มีรูปสง่างาม เจ้าประมาทนักแล้ว

ในวันนี้เมื่อกาลเวลาล่วงไป เจ้ามิได้พูดอะไรเลย

[๓๗๓] ลูกสามผู้มีรูปสง่างาม เจ้าโง่ไปมากนักแล้ว

ในวันนี้เมื่อกาลเวลาล่วงไป เจ้ามิได้พูดอะไรเลย

[๓๗๔] ลูกสามผู้มีรูปสง่างาม เจ้าโกรธเคืองไปมากนักแล้ว

ในวันนี้เมื่อกาลเวลาล่วงไป เจ้ามิได้พูดอะไรเลย

[๓๗๕] ลูกสามผู้มีรูปสง่างาม เจ้าเป็นผู้มักหลับไปมากนักแล้ว

ในวันนี้เมื่อกาลเวลาล่วงไป เจ้ามิได้พูดอะไรเลย

[๓๗๖] ลูกสามผู้มีรูปสง่างาม เจ้าช่างเป็นคนปราศจากน้ำใจจริง

ในวันนี้เมื่อกาลเวลาล่วงไป เจ้ามิได้พูดอะไรเลย

[๓๗๗] ลูกสามผู้บำรุงเลี้ยงดูเราทั้ง ๒ ผู้ตาบอดนี้มาตายเสียแล้ว

บัดนี้ ใครเล่าจักชำระชฎาที่หม่นหมองเปื้อนฝุ่น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka