Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 242

<< | หน้าที่ 242 | >>
[๓๙๐] ลูกสามนี้ได้เคยเป็นผู้มีปกติประพฤติธรรมมาก่อน

ด้วยสัจวาจานี้ ขอพิษของลูกสามจงเสื่อมหายไป

[๓๙๑] ลูกสามนี้มีปกติประพฤติพรหมจรรย์มาก่อน

ด้วยสัจวาจานี้ ขอพิษของลูกสามจงเสื่อมหายไป

[๓๙๒] ลูกสามนี้มีปกติกล่าวคำสัตย์มาก่อน

ด้วยสัจวาจานี้ ขอพิษของลูกสามจงเสื่อมหายไป

[๓๙๓] ลูกสามนี้ได้เป็นผู้เลี้ยงมารดาและบิดา

ด้วยสัจวาจานี้ ขอพิษของลูกสามจงเสื่อมหายไป

[๓๙๔] ลูกสามนี้ได้เป็นผู้นอบน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล

ด้วยสัจวาจานี้ ขอพิษของลูกสามจงเสื่อมหายไป

[๓๙๕] ลูกสามนี้เป็นที่รักยิ่งกว่าชีวิตของเรา

ด้วยสัจวาจานี้ ขอพิษของลูกสามจงเสื่อมหายไป

[๓๙๖] บุญอย่างใดอย่างหนึ่งที่ลูกสามทำแล้วแก่เราและมารดาของเขา

ด้วยกุศลนั้นทั้งหมด ขอพิษของลูกสามจงเสื่อมหายไป

{๕๑๗} [๓๙๗] นางเทพธิดาที่ภูเขาคันธมาทน์นั้นได้อันตรธานไป

ด้วยความอนุเคราะห์สามกุมาร จึงได้กล่าวสัจวาจานี้ว่า

[๓๙๘] เราอยู่ที่ภูเขาคันธมาทน์มานาน

ไม่มีคนอื่น จะเป็นใครก็ตาม

เป็นที่รักของเรายิ่งกว่าสามกุมาร

ด้วยสัจวาจานี้ ขอพิษของสามกุมารจงเสื่อมหายไป

[๓๙๙] ต้นไม้ทั้งหมดที่ภูเขาคันธมาทน์ล้วนแต่เป็นไม้หอม

ด้วยสัจวาจานี้ ขอพิษของสามกุมารจงเสื่อมหายไป

[๔๐๐] เมื่อดาบสทั้ง ๒ กำลังบ่นพร่ำรำพันอย่างน่าสงสารเป็นอันมาก

สามกุมารผู้ยังเป็นหนุ่มแน่นมีรูปสง่างาม ก็ได้ลุกขึ้นทันที


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka