Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 260

<< | หน้าที่ 260 | >>
[๔๙๙] สัตว์นรกเหล่านั้นเสวยทุกขเวทนาอยู่ในนรกนั้น

สิ้นปีเป็นอันมาก เพราะบุคคลผู้ทำบาปกรรมเป็นปกติ

ถูกกรรมของตนเชิดไว้ข้างหน้า ไม่มีการต้านทานได้เลย

สัตว์นรกเหล่านั้นมีกรรมอันหยาบช้า ทำบาปแล้ว

จึงต้องถูกนายนิรยบาลจับศีรษะห้อยลง โยนไปในนรก

(พระเจ้าเนมิตรัสถามว่า)

{๕๖๘} [๕๐๐] สัตว์นรกทั้งเล็กและใหญ่เหล่านี้

มีการประกอบเหตุการณ์ต่าง ๆ กัน

มีรูปร่างแสนจะน่ากลัว ปรากฏอยู่ในนรก

ท่านมาตลีเทพสารถี ความกลัวย่อมเกิดแก่เรา

เพราะได้เห็นความเป็นไปของสัตว์นรกเหล่านี้

เราขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หนอ

จึงต้องมาเสวยทุกขเวทนาอันร้ายแรงแข็งกล้า

และเผ็ดร้อนเหลือประมาณอยู่

{๕๖๙} [๕๐๑] มาตลีเทพสารถีถูกพระเจ้าเนมิตรัสถามแล้ว

ก็ทูลพยากรณ์วิบากของเหล่าสัตว์ผู้ทำชั่วไว้

ตามที่ทราบแด่พระเจ้าเนมินั้นผู้ไม่ทรงทราบว่า

[๕๐๒] เหล่าสัตว์นรกที่เมื่อมีชีวิตอยู่ในมนุษยโลก

เป็นผู้มีทิฏฐิสุดแสนชั่ว หลงทำกรรมเพราะความชะล่าใจ

และชักชวนผู้อื่นในทิฏฐิเช่นนั้น มีทิฏฐิชั่ว

จึงต้องมาเสวยทุกขเวทนาอันแรงแข็งกล้า

และเผ็ดร้อนเหลือประมาณอยู่

๑ ทิฏฐิสุดแสนชั่ว หมายถึงมีบาปธรรมมากด้วยความเห็นผิดที่มีวัตถุ ๑๐ คือ การให้ทานไม่มีผล การบูชา ไม่มีผล การบวงสรวงไม่มีผล การเสวยผลของกรรมดีกรรมชั่วไม่มี มารดาไม่มีคุณ บิดาไม่มีคุณ แม้สมณพราหมณ์ทั้งหลายก็ไม่มี สัตว์ผู้เกิดผุดขึ้นไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกหน้าไม่มี (ขุ.ชา.อ. ๙/๕๐๒/๑๘๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka