Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 305

<< | หน้าที่ 305 | >>
๖. ภูริทัตตชาดก (๕๔๓)


ว่าด้วยพระเจ้าภูริทัตทรงบำเพ็ญศีลบารมี


(เหล่านาคมาณพเมื่อจะประกาศข้อความนี้ จึงกราบทูลพระราชาว่า)

{๖๘๗} [๗๘๔] รัตนะอย่างใดอย่างหนึ่งมีอยู่ในนิเวศน์ของท้าวธตรัฏฐะ

รัตนะทั้งหมดจงมาสู่พระราชนิเวศน์ของพระองค์

ขอพระองค์จงพระราชทานพระราชธิดาแก่พระราชา

(พระเจ้าพรหมทัตครั้นได้สดับดังนั้น จึงตรัสว่า)

{๖๘๘} [๗๘๕] ไม่ว่ากาลไหน ๆ พวกเราไม่เคยทำการวิวาห์กับพวกนาคเลย

พวกเราจะทำการวิวาห์อันไม่สมควรนั้นได้อย่างไร

(เหล่านาคมาณพได้ฟังพระดำรัสนั้น จึงขู่พระราชาว่า)

{๖๘๙} [๗๘๖] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งมนุษย์

พระองค์จำต้องเสียสละพระชนมชีพ

หรือแคว้นเป็นแน่ เพราะเมื่อนาคโกรธแล้ว

คนเช่นพระองค์จะมีชีวิตอยู่ไม่ได้นาน

[๗๘๗] ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พระองค์เป็นมนุษย์ไม่มีฤทธิ์

แต่มาดูหมิ่นพญานาคธตรัฏฐะผู้มีฤทธิ์

ซึ่งเป็นลูกในอกของท้าววรุณนาคราชที่เกิดอยู่ใต้แม่น้ำยมุนา

(พระเจ้าพรหมทัตตรัสว่า)

{๖๙๐} [๗๘๘] เราไม่ได้ดูหมิ่นท้าวธตรัฏฐะผู้ทรงยศ

เพราะท้าวธตรัฏฐะเป็นใหญ่แม้แห่งนาคเป็นอันมาก

๑ พระศาสดาเมื่อเสด็จเข้าไปอาศัยกรุงสาวัตถี ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภอุบาสก อุบาสิกา ผู้รักษาอุโบสถศีล ตรัสภูริทัตตชาดกนี้ ซึ่งมีคำเริ่มต้นว่า รัตนะอย่างใดอย่างหนึ่งมีอยู่ ดังนี้ เป็นต้น (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka