Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 363

<< | หน้าที่ 363 | >>
๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)


ว่าด้วยพระมหานารทกัสสปะทรงบำเพ็ญอุเบกขาบารมี


(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

{๘๓๔} [๑๑๕๓] พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นพระราชาของชาวแคว้นวิเทหะ

ทรงพระนามว่าอังคติ ทรงมีพระราชยาน

พระราชทรัพย์มากมาย ทรงมีพลนิกายเหลือที่จะคณานับ

[๑๑๕๔] เมื่อปฐมยามคืนวันเพ็ญเดือน ๔

ซึ่งเป็นเวลาที่ดอกโกมุทบานยังไม่ผ่านไป

พระองค์รับสั่งให้ประชุมเหล่าอำมาตย์

[๑๑๕๕] ราชบัณฑิตผู้ถึงพร้อมด้วยการศึกษาเล่าเรียน

มีปกติยิ้มก่อนจึงพูด เฉลียวฉลาด

และอำมาตย์ผู้ใหญ่อีก ๓ นาย

คือ (๑) วิชัยอำมาตย์ (๒) สุนามอำมาตย์

(๓) อลาตเสนาบดีอำมาตย์

[๑๑๕๖] พระเจ้าวิเทหะตรัสถามอำมาตย์ ๓ นายนั้นทีละคนว่า

ท่านทั้งหลายจงกล่าวตามความพอใจของตน ๆ ว่า

ในคืนวันเพ็ญเดือน ๔ นี้ ดวงจันทร์แจ่มจรัส

กลางคืนวันนี้ เราทั้งหลายจะพึงพักอยู่

ตลอดฤดูกาลเช่นนี้นี้ ด้วยความยินดีอะไร

{๘๓๕} [๑๑๕๗] ลำดับนั้น อลาตเสนาบดีอำมาตย์ได้กราบทูล

คำนี้แด่พระราชาว่า “ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายพึงจัด

ราชยาน กองพลช้าง กองพลม้า กองพลเสนา

ที่ยินดีร่าเริงแล้วให้พร้อมสรรพ

๑ พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ อุทยานลัฏฐิวัน ทรงปรารภการที่ทรงทรมานอุรุเวลกัสสปะ ตรัสมหา นารทกัสสปชาดกซึ่งมีคำเริ่มต้นว่า ได้มีพระราชาแห่งกรุงวิเทหะ ดังนี้เป็นต้น (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๑๒๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka