[๑๕๒๕] นี่ไม่ใช่ธรรมเลย ไม่เข้าถึงกิจที่ควรทำ
ข้าแต่พระองค์ผู้จอมชน ธรรมดาว่านายผู้เป็นใหญ่ของทาส
จะทุบตีก็ได้ จะเผาก็ได้ จะฆ่าก็ได้
ข้าพระองค์ไม่มีความโกรธเลย และขอกราบบังคมทูลลาไป”
{๙๗๖} [๑๕๒๖] พระมหาสัตว์นั้นมีนัยน์ตาทั้ง ๒ ข้างนองด้วยน้ำตา
กำจัดความกระวนกระวายในหทัยแล้ว
สวมกอดบุตรคนโตแล้วเข้าไปสู่เรือนหลวง
{๙๗๗} [๑๕๒๗] บุตรทั้งหลายและภรรยาในบ้านของวิธุรบัณฑิต
ต่างก็นอนร้องไห้คร่ำครวญไปมาอยู่
เหมือนป่าไม้รังถูกพายุพัดล้มระเนระนาด
[๑๕๒๘] ภรรยา ๑,๐๐๐ คน และหญิงรับใช้ ๗๐๐ คน
ต่างประคองแขนทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญ
ในนิเวศน์ของวิธุรบัณฑิต
[๑๕๒๙] พระสนมกำนัลใน พระกุมาร แพศย์ และพราหมณ์ทั้งหลาย
ต่างพากันประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญในนิเวศน์ของวิธุรบัณฑิต
[๑๕๓๐] กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ
ต่างพากันประคองแขนทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญ
ในนิเวศน์ของวิธุรบัณฑิต
[๑๕๓๑] ชาวชนบทและชาวนิคมมาประชุมพร้อมกันแล้ว
ต่างพากันประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญในนิเวศน์ของวิธุรบัณฑิต
[๑๕๓๒] ภรรยา ๑,๐๐๐ คน และหญิงรับใช้ ๗๐๐ คน
ต่างพากันประคองแขนทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญว่า
“เพราะเหตุไร ท่านจึงละทิ้งเราทั้งหลายไป”