(วิธุรบัณฑิตกล่าวว่า)
{๙๘๐} [๑๕๔๑] “ข้าพเจ้าจักสะดุ้งกลัวไปทำไม
เพราะข้าพเจ้าไม่มีกรรมชั่วทางกาย วาจา และใจ
ที่จะเป็นเหตุให้ไปสู่ทุคติ
{๙๘๑} [๑๕๔๒] พญาม้านั้นนำวิธุรบัณฑิตเหาะไป
ในอากาศกลางหาวไม่กระทบกิ่งไม้และภูเขาเลย
เหาะไปถึงภูเขากาฬาคีรีอย่างรวดเร็ว
{๙๘๒} [๑๕๔๓] ภรรยา ๑,๐๐๐ คน และหญิงรับใช้ ๗๐๐ คน
ต่างพากันประคองแขนทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญว่า
ฯลฯ ยักษ์ได้แปลงเป็นพราหมณ์นำวิธุรบัณฑิตไป
พระสนมกำนัลใน พระกุมาร แพศย์ และพราหมณ์ทั้งหลาย
ต่างพากันประคองแขนทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญว่า
ฯลฯ ยักษ์ได้แปลงเป็นพราหมณ์นำวิธุรบัณฑิตไป
กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ
ต่างประคองแขนทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญว่า
ฯลฯ ยักษ์ได้แปลงเป็นพราหมณ์นำวิธุรบัณฑิตไป
[๑๕๔๔] ชาวชนบทและชาวนิคมมาประชุมพร้อมกันแล้ว
ต่างพากันประคองแขนทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญว่า
ฯลฯ ยักษ์ได้แปลงเป็นพราหมณ์นำวิธุรบัณฑิตไป
[๑๕๔๕] ภรรยา ๑,๐๐๐ คน และหญิงรับใช้ ๗๐๐ คน
ต่างพากันประคองแขนทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญว่า
“บัณฑิตนั้นไปแล้ว ณ ที่ไหน”
(พระสนมกำนัลใน พระกุมาร แพศย์ และพราหมณ์ทั้งหลาย ต่างพากันประคองแขนทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญว่า “บัณฑิตนั้นไปแล้ว ณ ที่ไหน”