Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 472

<< | หน้าที่ 472 | >>
[๑๘๓๐] แม่มัทรี เมื่อเธออยู่ในพระนคร

ได้ยินเสียงสุนัขเห่าหอน ยังสะดุ้งตกใจบ่อย ๆ

เธอไปถึงเขาวงกตจักทำอย่างไร

[๑๘๓๑] เมื่อฝูงนกพากันจับชุมนุมอยู่ในเวลาเที่ยงตรง

ป่าใหญ่เหมือนส่งเสียงกระหึ่ม

เธอปรารถนาจะไปในป่าใหญ่นั้นทำไม

{๑๐๙๓} [๑๘๓๒] พระนางมัทรีราชบุตรีผู้ทรงสิริโฉม

ได้กราบทูลคำนี้กับพระเจ้ากรุงสญชัยนั้นว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ ขอพระองค์ทรงพระกรุณา

ตรัสบอกสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่มีอยู่ในป่าแก่หม่อมฉัน

หม่อมฉันจักยอมอดทนต่อสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นทั้งหมด

หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้

[๑๘๓๓] หม่อมฉันจักแหวกต้นเป้ง หญ้าคา

หญ้าคมบาง แฝก หญ้าปล้อง

และหญ้ามุงกระต่ายไปด้วยอก

หม่อมฉันจักไม่เป็นผู้อันพระเวสสันดรนั้นนำไปได้โดยยาก

[๑๘๓๔] กุมารีได้สามีด้วยวัตตจริยาเป็นอันมาก

คือ ด้วยการอดอาหาร ทรมานท้อง

และด้วยการผูกคาดด้วยไม้คางโค

[๑๘๓๕] ด้วยการบำเรอไฟ และด้วยการดำน้ำ

ความเป็นหม้ายเป็นความเจ็บปวดในโลก

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้

[๑๘๓๖] ชายใดจับมือหญิงหม้ายนั้นผู้ไม่ปรารถนาฉุดคร่าไป

ชายนั้นเป็นผู้ไม่ควรบริโภคของที่เป็นเดนของหญิงหม้ายนั้น

ความเป็นหม้ายเป็นความเจ็บปวดในโลก

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ หม่อมฉันจะต้องไปให้ได้


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka