Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 33

<< | หน้าที่ 33 | >>
ผู้เป็นพระโสดาบันย่อมมีจิตสงัดจากสักกายทิฏฐิ ๑ วิจิกิจฉา ๒ สีลัพพตปรามาส ๓ ทิฏฐานุสัย ๔ วิจิกิจฉานุสัย ๕ และเหล่ากิเลสที่อยู่ในพวกเดียวกับสักกายทิฏฐิ เป็นต้นนั้น

ผู้เป็นพระสกทาคามี ย่อมมีจิตสงัดจากกามราคสังโยชน์ ๖ ปฏิฆสังโยชน์อย่าง หยาบ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อย่างหยาบ และเหล่ากิเลสที่อยู่ในพวกเดียวกับ กามราคสังโยชน์เป็นต้นนั้น

ผู้เป็นพระอนาคามี ย่อมมีจิตสงัดจากกามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์อย่าง ละเอียด กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อย่างละเอียด และเหล่ากิเลสที่อยู่ในพวกเดียว กับกามราคสังโยชน์เป็นต้นนั้น

ผู้เป็นพระอรหันต์ ย่อมมีจิตสงัดจากรูปราคะ ๗ อรูปราคะ ๘ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา มานานุสัย ๙ ภวราคานุสัย ๑๐ อวิชชานุสัย ๑๑ เหล่ากิเลสที่อยู่ในพวกเดียวกับ รูปราคะเป็นต้นนั้น และสังขารนิมิตทั้งปวงในภายนอก นี้ชื่อว่าจิตตวิเวก

๑ สักกายทิฏฐิ ดูเชิงอรรถข้อ ๑๒/๕๙
๒ วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในฐานะ ๘ อย่าง คือ (๑) ความสงสัยในทุกข์ (๒) ความสงสัยในทุกขสมุทัย (๓) ความสงสัยในทุกขนิโรธ (๔) ความสงสัยในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา (๕) ความสงสัยในส่วนเบื้องต้น (๖) ความสงสัยในส่วนเบื้องปลาย (๗) ความสงสัยทั้งในส่วนเบื้องต้นและส่วนเบื้องปลาย (๘) ความสงสัย ในธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น คือ ความที่ปฏิจจสมุปบาทมีอวิชชานี้เป็นปัจจัย ดูรายละเอียด ข้อ ๑๗๔/๔๙๔
๓ สีลัพพตปรามาส คือความถือมั่นศีลพรต โดยสักว่าทำตาม ๆ กันไปอย่างงมงาย เห็นว่าจะบริสุทธิ์ หลุดพ้น ได้ด้วยศีลพรต (ขุ.ม.อ. ๗/๙๘)
๔ ทิฏฐานุสัย ดูเชิงอรรถข้อ ๓/๑๑
๕ วิจิกิจฉานุสัย ดูเชิงอรรถข้อ ๓/๑๑
๖ กามราคสังโยชน์ กิเลสอันผูกใจสัตว์ ธรรมที่มัดสัตว์ไว้กับทุกข์หรือผูกกรรมไว้กับผล คือความกำหนัด ในกาม ความติดใจในกาม (อภิ.วิ.(แปล) ๓๕/๙๖๙/๖๒๐)
๗ รูปราคะ คือความกำหนัดด้วยอำนาจความพอในรูปภพ (ขุ.ม.อ. ๗/๑๐๐)
๘ อรูปราคะ คือความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในอรูปภพ (ขุ.ม.อ. ๗/๑๐๐)
๙ มานานุสัย ดูเชิงอรรถข้อ ๓/๑๑
๑๐ ภวราคานุสัย ดูเชิงอรรถข้อ ๓/๑๑
๑๑ อวิชชานุสัย ดูเชิงอรรถข้อ ๓/๑๑

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka