Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 104

<< | หน้าที่ 104 | >>
ผู้พูดอย่างนั้น ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า

ถ้าความหมดจดย่อมมีแก่นรชนเพราะความเห็น

หรือถ้านรชนนั้นละทุกข์ได้เพราะญาณ

นรชนผู้ยังมีอุปธินั้น ย่อมหมดจดเพราะมรรคอื่น(ก็ได้)

เพราะว่าทิฏฐิย่อมบ่งบอกถึงนรชนนั้นผู้พูดอย่างนั้น

{๑๑๙} [๒๕] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

พราหมณ์ไม่กล่าวความหมดจดในรูปที่เห็น

เสียงที่ได้ยิน ศีลวัตร หรืออารมณ์ที่รับรู้โดยมรรคอื่น

พราหมณ์นั้นผู้ไม่เข้าไปติดในบุญและบาป ละตนได้

เรียกว่า ผู้ไม่ทำเพิ่มเติมในโลกนี้

{๑๒๐} คำว่า ไม่ ในคำว่า พราหมณ์ไม่กล่าวความหมดจดในรูปที่เห็น เสียงที่ ได้ยิน ศีล วัตร หรืออารมณ์ที่รับรู้โดยมรรคอื่น เป็นคำปฏิเสธ

คำว่า พราหมณ์ อธิบายว่า ที่ชื่อว่าพราหมณ์ เพราะลอยธรรม ๗ ประการ ได้แล้ว คือ

๑. ลอยสักกายทิฏฐิได้แล้ว

๒. ลอยวิจิกิจฉาได้แล้ว

๓. ลอยสีลัพพตปรามาสได้แล้ว

๔. ลอยราคะได้แล้ว

๕. ลอยโทสะได้แล้ว

๖. ลอยโมหะได้แล้ว

๗. ลอยมานะได้แล้ว

คือ พราหมณ์ลอยบาปอกุศลธรรมซึ่งเป็นเหตุแห่งความเศร้าหมอง ก่อภพใหม่ มีความกระวนกระวาย มีทุกข์เป็นวิบาก เป็นที่ตั้งแห่งชาติ ชรา มรณะ ต่อไป


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka